Review แก้ไขปัญหาหน้าตอบด้วยการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ดาวจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ของดาวกับการตัดสินใจไปแก้ปัญหาสิ่งที่ดาวกังวลใจมากที่สุดในตอนนี้นั่นก็คือ”หน้าตอบเกินไป”อุ่ยยย อย่าเพิ่งเมินหน้าหนี อย่าเพิ่งเบะปากนะคะ จะบอกว่าปัญหาผอมเกินไปจนหน้าตอบเนี่ยมันก็เหมือนโดนด่าว่าอ้วนแหละคะ
โดนว่ามาทีนี่ไม่ได้ดีใจเลยนะ รู้สึกทุกข์เหมือนกัน มันก็รู้สึกไม่มั่นใจเหมือนกันแหละคะ
พอมองกระจกซ้ายขวาแล้วหน้ามันดูไม่มีมิติเอาซะเลย

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ประจวบเหมาะกับได้มีโอกาสมารู้จักกับหมอเบนซ์ที่ Lively Clinic ค่ะ
หมอบอกว่าลองแวะมาปรึกษาปัญหาที่กังวลดู ฟิลเลอร์ร่องแก้ม จากตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มของบล็อกนี้นั่นเองค่ะ

หลังจากเข้าไปที่คลีนิก แว้บแรกที่เจอหมอ สบตากับหมอ ทั้งสองคน (หมอเบนซ์ด้านซ้าย หมอโค้กด้านขวา) แล้วหลังจากนั่นก็เริ่มการสนทนากัน

ดาวบอกว่าดาวกังวลเรื่องหน้าตอบ ปัญหาใต้ตาค่ะ (จำปัญหา 2 อย่างเหล่านี้ไว้ให้ดีๆนะคะ)
หลังจากดาวพูดจบ หมอทั้งสองก็พรั่งพรูออกมาทันทีว่าดาวต้องฉีดฟิลเลอร์ค่ะ!

หมอแจ้งว่าหน้าดาวแบนไปจริงๆ ต้องฉีดให้มันดูมีเนื้อมีหนังบ้าง
ตอนนั้นเราก็นั่งฟังหมออย่างตั้งใจค่ะ รู้สึกว่าทำไมหมอพูดแทงใจดำจัง
แต่แว้บกลับมาคิดอีกที เอ้า หมอพูดถูกเป๊ะๆ เกี่ยวกัยปัญหาของเรา
ณ จุดนั้นมองมุมกลับอีกทีว่าหมอเก่งที่มองหน้าปุ๊บรู้เลยว่าต้องแก้อะไร ด้วยวิธีไหนบ้าง

ตอนแรกดาวนึกว่าจะต้องฉีดแก้มเป็นลูกส้ม แต่พอคุยกันแล้ว หมอเค้าก็จะมีเทคนิคของหมอคะ
หมอเค้าพิจารณาว่าต้องฉีดแก้มบริเวณข้างจมูกค่ะ ซึ่งอย่างที่บอกว่าฟังอย่างตั้งอกตั้งใจมาก และก็คิดเดี๋ยวนั้นตอนนั้นทันทีเลยว่า….เอาเลยวะ ฉีดก็ฉีดวันนั้นเลย

ส่วนตัวก็เคยฉีดโบท็อกฟิลเลอร์มาบ้าง แต่ไม่ค่อยเสพติดเท่าไหร่ คือฉีดแล้วหายก็หาย หมดก็หมด ไม่ไปเติม เพราะอันดับแรกคือค่อนข้างกลัวเจ็บและกลัวหน้าจะเน่าอย่างที่เป็นข่าวกัน
เพราะฉนั้น ถ้าดาวจะฉีดจะต้องมั่นใจมากกกกกกๆๆๆ ว่าจะเอาหน้าเราไปเสี่ยง และต้องมั่นใจว่าหมอจะทำสวยด้วยนะ (เช็คฝีมือหมอก่อนไปทำด้วยก็ดี)

อันดับสองคือชอบหน้าตัวเองแบบนี้อยู่แล้ว ไม่อยากให้มันเปลี่ยนแปลงอะไรมาก
ถ้าจะทำก็คือไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงอะไรไปเยอะ แค่ทำให้มันไม่แย่ไปกว่าเดิมเป็นพอ
อันนี้เป็นความคิดเห็นความชอบส่วนตัวของดาว ณ​ ปัจจุบันนะคะ

จริงๆดาวเคยฉีดเมื่อ 2 ปีที่แล้วเพราะว่าไปเป็น subject ให้กับหมอสิงค์โปรคนนึง ซึ่งเป็นอาจารย์หมอที่มือโปร เราเลยมั่นใจมากถึงมากที่สุด ซึ่งในครั้งนี้ที่ตัดสินใจฉีดกับหมอก็เพราะว่าดาวค่อนข้างหาข้อมูลแล้วก็มั่นใจในระดับนึงเลยทีเดียวค่ะถึงตัดสินใจได้รวดเร็วขนาดนี้

และอีกอย่างที่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นคือ หมอคุยสนุกและคุยเคลียร์ดีค่ะ ถามอะไรก็ตอบแบบตรงไปตรงมา
อารมณ์เหมือนเพื่อนมานั่งคุยกันว่าชั้นจะทำยังไงให้หน้าชั้นดีขึ้นๆ แล้วก็ช่วยจัดการลงมือให้ด้วยเลยจริงๆ

อ๊ากกกก คุยกันไปมาเวลาผ่านไปจนถึงจุดที่เราเดินมานั่งบนเตียงละ
ขั้นตอนแรกก่อนจะฉีดก็ทายาชาทิ้งไว้ที่บริเวณที่จะฉีดก่อน 30 นาทีค่ะ ดาวทาตรงช่วงแก้มเกือบทั้งหน้าอะ หน้าชาไปหมดเลย 5555 แล้วก็ถึงเวลาลงมือขึ้นเขียงค่ะ

ขอบอกเลยว่าก่อนจะทำใจแข็งมาก จะฉีดก็ฉีดมาเลยไรงี้ ไม่กลัวหรอก
แต่พอเข็มแทงเข้าไป ใจก็สั่นอยู่ไม่น้อย 5555 ตอนนั้นเหมือนคำว่าป๊อดมากระแทกหน้าเต็มๆ (ก็ใช่แหละ) แต่มันก็ไม่ได้เจ็บมากมายอะไรขนาดนั้น เจ็บก็จริง แต่อยู่ในระดับที่พอรับได้ ไม่ได้เจ็บแบบเว่อร์วังอะไรขนาดนั้นค่ะ ไม่ต้องกังวลมากมาย
หมอก็จะบอกตลอดๆ ว่าทำอะไรอยู่ ฉีดเสร็จข้างนึงก็หยิบกระจกให้เรามาเทียบดูความแตกต่างกันเลย

ต้องบอกว่าสำหรับชีวิตดาว แตกต่างมากกกก ระหว่างก่อนกับหลัง
เรามาดูกันดีกว่า แทแด๊….

ดาวฉีดของ Juvederm ทั้งหมด 2 CC. ข้างละ 1 CC เลยค่ะ
สนนราคา CC ละ 17,900 บาท สำหรับโปรโมชั่นคือ 2 CC 35,000 บาท
แต่อันนี้ต้องบอกว่าไปอ้อนมาได้ส่วนลดเพิ่มอีกนิดหน่อย 555

สำหรับ AFTER มุมตรง จะเห็นเลยว่าหน้าอิ่มขึ้นมากกกกกกก
นอกจากจะดูมีแก้มเพิ่มขึ้นแล้วถ้าดูดีๆ รอยใต้ตาที่เป็นปัญหาที่ดาวกังวลก็จางลงไปด้วย
แค่นั้นไม่พอ ปัญหาเรื่องร่องแก้มที่เวลายิ้มแล้วรองพื้นตกร่องมันหายไปด้วย
แถมให้อีกอย่างคือออ พอมีแก้มมันก็ดึงมุมปากให้ไม่ตก

โฮ้ววววววววววว จอรช์​ ไม่น่าเชื่อว่าการมีแก้มแล้วชีวิตมันดีอย่างนี้นี่เองอ่า
ฉีดแค่ตรงที่เดียวแต่แก้ปัญหาให้ดาวได้เยอะมาก
น้ำตาจะไหล ทราบซึ้งใจในฝีมือหมอ คือต้องขอชมหมอเลยนะคะว่าดูถูกจุดจริงๆ
นี่คือประทับใจมากกกกกก ถึงมากที่สุด
ณ จุดนั้นอารมณ์เหมือนเราโมหน้ามาใหม่เลยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนหมอมีอภินิหารอะ
รักหมอมาก ณ จุดนี้ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้มและลดริ้วรอย

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก Filler คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอยเล็กๆ และทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น ดูอ่อนวัยเป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์ นั้นไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และผลที่ได้จากการฉีดออกมาเป็นธรรมชาติ ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มารับบริการเป็นอย่างสูง

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์ฉีด Filler บริเวณต่างๆ
ลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม การกำจัดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม วิธีการฉีดบริเวณนี้ พบมากที่สุด เพื่อการกลับมาของผิวหน้าสาวที่เยาว์วัย

การลบริ้วรอยลึก เป็นการลบริ้วรอยที่ลึก ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ซึ่งการฉีด Botox ไม่สามารถรักษารอยลึกนี้ได้ รอยย่นที่มีลักษณะยาว เช่น รอยย่นบนหน้าผาก รอยย่นลึกบริเวณขมวดคิ้ว รอยย่นบริเวณร่องแก้ม การรักษา รอยย่นบริเวณเหล่านี้โดยการฉีด Filler จะได้ผลดีมากกว่าการฉีด Botox และผลการรักษานี้จะอยู่ได้นาน 3-6 เดือน

บริเวณใต้ตา ในปัจจุบัน สามารถพบเห็นได้บ่อยๆตามโทรทัศน์ ดาราสาวจำนวนมาก นิยมฉีดที่ถุงใต้ตา เพื่อให้ดูอ่อนวัยขึ้น เวลายิ้มดูคล้ายตาโตขึ้น การฉีด Filler ใต้ตานี้ สามารถทำได้ง่าย เพราะการใช้เข็มที่มีขนาดบางและเล็กมาก ทำให้ไม่เห็นร่องรอยแผลเป็นหลังจากการฉีด

ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก
ฉีดเพื่อเสริมจมูก (ปลายจมูกหนา) หลายคนที่มีปัญหาดั้งจมูกแบน หรือสันจมูกไม่เรียบ แต่ไม่ต้องการทำการรักษาโดยวิธีผ่าตัดเสริมจมูก เนื่องจากหลีกเลี่ยงผลที่ตามมา เช่น มีอาการบวม แดง หลังฉีด และต้องใช้เวลาในการดูแลรักษา ในกรณีนี้ สามารถแก้ไขได้โดยการ ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งในการฉีดนี้ ไม่ใช่แค่การเติมเต็มบริเวณหว่างตา แต่ยังทำให้จมูกนั้นโด่งขึ้น และสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้เวลา 10 นาทีในการฉีด ไม่มีความเจ็บปวดและทิ้งร่องรอยใดๆหลังจากการฉีด ดังนั้น ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ Filler ยังสามารถช่วยทำให้จมูกโด่งคม ปรับปรุงรูปทรงของจมูกให้เด่นชัด เพื่อสร้างความมั่นใจและ ความสวยงามยิ่งขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คาง
ฉีดฟิลเลอร์ หน้าผาก จมูก และคาง ใบหน้าที่มีหน้าผากแคบ จมูกที่แบน และคางยื่นนั้น ทำให้ดูมีอายุมากกว่าปกติ ในกรณีสามารถแก้ไขได้โดย การฉีด Filler เข้าำไปที่บริเวณจมูก และุคาง เพื่อเสริมคางให้ยาวขึ้น และทำให้ใบหน้าดูเรียวลงได้

ฉีดฟิลเลอร์เติมริมฝีปาก
แต่งเติมริมฝีปาก และบริเวณติ่งหู ริมฝีปากที่อวบอิ่มนั้น ทำให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ และดูมีสุขภาพดี สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบาง ฉีดฟิลเลอร์ ช่วยสร้างความมั่นใจ และทำให้มีริมฝีปากที่อวบอิ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ การฉีดนี้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และใช้เวลาสั้นๆ ผู้ป่วยสามารถเลือกระดับความต้องการได้ โดยที่ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่พึงพอใจที่สุด

นอกเหนือจากนั้น ยังมีการการฉีด Filler ที่บริเวณติ่งหู สำหรับผู้ที่มีติ่งหูเล็ก เพื่อทำให้ติ่งหูหนาขึ้นฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ศัลยกรรมปาก ทำปากกระจับ ปากบาง ตัดแต่งริมฝีปาก

ศัลยกรรมปากบาง ศัลยกรรมปาก การผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าเพราะ ริมฝีปากเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อทุกคน ดังนั้นการมีริมฝีปากที่สวยย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบนและริมฝีปากไม่เท่ากัน หรือริมฝีปากหนาเกินไปจนดูไม่สวยงาม อาจทำให้หมดความมันใจในตัวเองได้

ศัลยกรรมปากบาง

ศัลยกรรม ตกแต่งริมฝีปาก อยากทำปากกระจับ ศัลยกรรมปากบาง ศัลยทำปากบาง ที่ไหนดี ? ต้องที่ ธารารินคลินิก สาขาขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์

ขั้นตอนการทำ ศัลยกรรม ปากบาง ปากกระจับ
1. แพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบริมฝีปากและยานอนหลับชนิดอ่อนเพื่อให้ลดอาการเจ็บ
2. แพทย์ทำการผ่าตัดโดยตัดเนื้อเยื่อด้านในออกบางส่วน
3. เย็บปิดแผลด้านในของริมฝีปาก โดยใช้ไหมละลาย

ขั้นตอนการดูแลหลังการทำ ศัลยกรรมปาก
1. ทำความสะอาดปากโดยน้ำยาบ้วนปากเฉพาะ (Isodine) เนื่องจากหลังทำ ศัลยกรรม ปากกระจับ ปากบาง การใช้น้ำยาป้วนบากจะช่วยให้แผลหลังผ่าตัดสะอาดและช่วยลดการติดเชื้อ
2. งดการจับสัมผัส การจับบริเวณแผล ใช้ลิ้นเลียแผล ใช้ลิ้นดุนบริเวณแผลที่เย็บ และการดึงไหม จะทำให้เลือดออกได้ง่าย
3. ประคบเย็นและประคบร้อน การประคบเย็นบริเวณแผลศัลยกรรม ในช่วง 1–3 วันแรก ช่วยลดอาการบวม และอาการเจ็บ ที่เกิดจากการระบมของ แผล และเมื่อแผลหายบวมแล้วให้ทำการประคบร้อนเพื่อให้เลือดที่คลั่งอยู่กระจายตัว
4. ดื่มน้ำสะอาดต้มสุกโดยใช้หลอด หลังจากการทำศัลยกรรม เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงแผลโดนน้ำ
5. หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เย็นจัด และอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ควรทานอาหารอ่อนๆ เช่นโจ๊ก ข้าวต้ม แต่ไม่ควรทานขณะร้อน

รีวิว การทำ ศัลยกรรม ทำปากบาง ทำปากกระจับการทำศัลยกรรมปากบางแตกต่างจากการทำศัลยกรรมปากกระจับยังไงบ้างการทำศัลยกรรมปากบางจะทำได้ทั้งริมฝีปากบนและล่างเพื่อเปลี่ยนริมฝีปากที่มีขนาดหนาเกินไปให้บางลง ส่วนการศัลยกรรมปากกระจับจะทำได้แค่ริมฝีปากบนเท่านั้นเพื่อให้ปากเป็นทรงกระจับหรือเป็นทรงปีกนกสวยงามศัลยกรรมปากบาง

บอกลาหน้ากลมด้วยการฉีดฟิลเลอร์คาง สวยขึ้นทันทีที่

ฉีดฟิลเลอร์คาง เฮลโหลลลล พอดีไปเสริมสวยเพิ่มเติมมานิดหน่อย ช่วงนี้หน้าเปลี่ยนไป สวยขึ้นแต่แบบไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ก็เลยมาเฉลยกันดีกว่า นั่นก็คือ…ฉีดฟิลเลอร์คางนั่นเองค่ะ และแน่นอนว่าเรื่องความสวยความงามบนใบหน้านั้นไว้ใจคุณหมอที่ ToB1 Clinic เช่นเดิมค่ะ

ฟิลเลอร์คาง

ให้ดูรูปก่อนทำค่ะ คือจ๊ะจ๋าหน้ากลม แก้มก็เยอะ เหนียงก็ไม่ธรรมดา  ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดเมโสแฟตไปตั้งหลายรอบละ ก็ลงไปนะ แต่แป๊บๆมันก็กลับมาอยู่ดี ทีนี้มันแยกคางกับคอไม่ค่อยออกละค่ะ มันดูกลมกลืนกันไปหมด ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอออกมา โอยยย หน้ากลมอะไรเบอร์นั้น ถ้ามีคางยาวกว่านี้สักนิดก็คงจะต้องสวยขึ้นแน่ๆ นี่ก็เลยปรึกษากับคุณหมอนพว่าอยากจะฉีดฟิลเลอร์คางค่ะ แต่คุณหมอเค้าก็บอกว่าจ๊ะจ๋าก็มีคางอยู่แล้วนะ ไม่ต้องฉีดเพิ่มหรอก นี่ก็เลยงอนๆน้อยใจไปนิดนึง แต่ก็บอกว่าถ้าหนูมีคางอีกนิดจะสวยกว่านี้เยอะเลยนะหมอ ฮ่าๆ หมอก็เลยอ่ะ เอาที่สบายใจ แล้วแต่เลยการเสริมคางสามารถทำได้ด้วยการเสริมซิลิโคนเลย ก็สวยแบบถาวรไปเลย แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ทำแล้วต้องพันผ้าเอาไว้ ต้องผ่าตัดซึ่งจะเจ็บกว่าแน่ๆ ส่วนฟิลเลอร์ก็เป็นสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปแล้วไม่ต้องพักฟื้น แต่ไม่ถาวร ฟิลเลอร์ก็จะสลายไปเรื่อยๆ ฉีดแล้วอาจจะอยู่ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี ก็ต้องมาฉีดใหม่ถ้าอยากจะสวย สลาย 100% หรือเปล่า ก็ไม่นะ ยังไงก็ไม่สลายหมดค่ะฟิลเลอร์ที่นี่มีของ Juvederm กับ Restylane ค่ะ ของจ๊ะจ๋าใช้ Restylane 1ml.
นี่ก็ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมถึงเลือกกล่อง Restylane แทนที่จะใช้ Juvederm ล่ะคะ คุณหมอนพบอกว่าอีกตัวมันจะเหลวกว่า มันจะไม่ค่อยเกาะ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) หมอบอกว่า Restylane จะปั้นสวยกว่าแล้วจะไม่เคลื่อนย้ายไปไหนง่าย ส่วน Juvederm เนี่ยเหมาะแก่การฉีดเติมเต็มบริเวณอื่นมากกว่าเช่นใต้ตา หางตา เป็นต้นแล้วคุณหมอก็ทำการฉีดฟิลเลอร์ที่คางเข้าไปค่ะ คือตอนที่ฉีดเนี่ยไม่ได้เจ็บอะไรมากนะบอกเลย ฉีดโบท็อกซ์ยังจะเจ็บซะกว่า ตอนฉีดก็ค่อยๆฉีด ไม่ได้ฉีดเข้าไปแค่เข็มเดียวนะคะ ก็กระจายๆแล้วปั้นให้เข้ารูป ของจ๊ะจ๋าอยากได้ความยาวเพิ่มก็จะเน้นฉีดลงมาให้คางดูยาวช่วยเติมเต็มผิวหนังส่วนที่ขาดหาย หรือบกพร่อง อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งการทาศัลยกรรมด้วยสารสกัดซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่อยู่ในชั้นผิวหนังของเรา จึงไม่ใช่สารแปลกปลอมที่จะเป็นอันตรายและจะสลายตัวไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จึงมีความปลอดภัยสูง ปลอดภัย สลายได้เองตามธรรมชาติ ใน 1 ปี ถ้าไม่ชอบทรง สามารถฉีดเอนไซม์สลายได้ทันทีฉีดฟิลเลอร์คาง

รีวิว ขูดฟิลเลอร์และเสริมจมูกครั้งแรก

ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ ใครเคยฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกหรือกำลังคิดจะฉีด หรือกำลังคิดจะเสริมจมูก
วันนี้อ๊อฟมีประสบการณ์การขูดฟิลเลอร์และเสริมจมูกครั้งแรกมาฝากกันค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 อ๊อฟได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอจงและคุณหมอโบ๊ทที่ Renita Clinic
เนื่องจากจมูกที่อ๊อฟเคยฉีดฟิลเลอร์มาหลายปี เริ่มไม่ได้รูปเหมือนตอนแรกที่ฉีด จมูกดูโตกว่าปกติ
ทรงเริ่มผิดรูปไปจากแต่ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ เลยกังวลและเริ่มเครียดเพราะถ่ายรูปออกมาไม่สวยคุณหมอจงและคุณหมอโบ๊ทจับก็รู้เลยว่าฟิลเลอร์มันเริ่มไหลมากองอยู่ตรงสันจมูก ไปค้างอยู่แถวบริเวณหัวตา
จมูกเลยดูป้านๆ และโตกว่าปกติ หลังจากที่คุณหมอจับดูก็แนะนำว่าต้องทำการขูดฟิลเลอร์ก่อนและถึงจะเสริมได้
ต้องบอกก่อนว่าฟิลเลอร์ที่อ๊อฟฉีดมาเป็นของแท้และถูกต้องตามมาตรฐานคลีนิค เป็นยี่ห้อ Juviderm
ซึ่งอ๊อฟเข้าใจว่าฉีดแล้วมันสลายออกหมด แต่ความจริงแล้วมันไม่สามารถสลายออกได้หมด
ใครที่กำลังคิดจะฉีดอ๊อฟแนะนำว่าเสริมจมูกไปเลยดีกว่าค่ะ ไม่อันตรายด้วย(รูปตอนไม่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือศัลยกรรมใดๆ)
ก่อนที่จะไปดูรูปที่ฉีดฟิลเลอร์ มาดูพื้นฐานจมูกเก่าของอ๊อฟก่อนดีกว่า อ๊อฟเป็นคนมีเนื้อตรงปลายจมูก
ค่อนข้างเยอะ ปลายจะกลมๆ มีดั้งเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับแหมบเข้าไป เรียกว่าก็พอมีแบบน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม
ต้องอาศัยการแต่งหน้าช่วยถึงจะทำให้ดั้งพุ่งขึ้นมาได้บ้าง แต่ถึงจะแต่งมันก็ไม่ได้โด่งอะไรมากมายอยู่ดี 55
ตอนนั้นมันก็ดูน่ารักสมวัยอะเนอะ(รูปตอนฉีดฟิลเลอร์แรกๆ)
อ๊อฟฉีดฟิลเลอร์มาหลายปีแล้ว ตอนฉีดแรกๆ ยอมรับว่าสวย เนียน ธรรมชาติมาก โด่งได้ดังใจ จะเน้นปลายพุ่งๆ
หรือแบบมีหยดน้ำก็ปั้นได้ตามใจยิ่งหันข้างยิ่งสวย พอฉีดไปปีนึงจมูกก็เริ่มยุบไม่โด่งเหมือนแต่ก่อน
ก็กลับไปฉีดอีกเป็นอย่างนี้ประมาณ 2 – 3 ปี ที่เข้าๆ ออกๆ คลีนิคเสริมความงามเพื่อฉีดฟิลเลอร์ยิ่งด้านข้างจะเห็นชัดเลยว่าตรงหว่างคิ้วจะหนาและนูนออกมา เหมือนจมูกสิงโต
เลยทำให้เครียดไปกันใหญ่ หาข้อมูลสักพักถึงเข้ามาปรึกษาคุณหมอ
พอรู้ว่าขั้นตอนแนวทางแก้ไขว่าเป็นยังไง ต้องทำอะไรบ้าง ก็ทำการนัดคุณหมอตอนปรึกษาคุณหมอก็มีความกังวัลว่าถ้าเสริมซิลิโคนแล้วจะออกมาไม่เป็นธรรมชาติเหมือนตอนฉีด
เลยต้องมีการคุยกับคุณหมอเล็กน้อยว่าเราชอบสไตล์ไหน ปรากฎว่าคุณหมอโบ๊ทและคุณหมอจงที่เรนิตาคลีนิค
เค้าก็เน้นแบบธรรมชาติ มากกว่าที่จะเห็นดั้งพุ่งโด่งมาแต่ไกล ดังนั้นยิ่งมั่นใจเลยว่าทำแล้วต้องออกมาสวยแน่นอน
แนะนำว่าก่อนมาทำให้เข้ามาคุยมาปรึกษากับคุณหมอให้คุณหมอประเมิณก่อนว่าเราเหมาะกับสไตล์ไหน
ทำออกมาแบบไหนถึงจะดูดี เหมาะกับเราและไม่เป็นอันตราย เสี่ยงทะลุภายหลังถึงเวลาที่ต้องทำการขูดฟิลเลอร์และเสริมจมูกแล้ว ซิลิโคนที่อ๊อฟใช้เป็นของอเมริกาแบบนิ่ม นิ่มแบบว่าบิดเกลียว
ได้เลย จมูกเก่าของอ๊อฟค่อนข้างมีเนื้ออยู่แล้วดังนั้นเคสนี้จะทำแค่การขูดฟิลเลอร์ออกก่อนและเสริมจมูก
หลังขูดทันที จมูกอ๊อฟไม่ต้องใช้เนื้อเยื่อเทียมหรือกระดูกหลังหูมารองช่วงปลายจมูก เพราะเป็นคนมีเนื้อตรง
ปลายเยอะอยู่แล้ว ไม่ใช่คนปลายจมูกบาง ดังนั้นตัดเรื่องการทะลุไปได้เลย เพราะอ๊อฟทำแบบโด่งพอดีๆฉีดฟิลเลอร์ปลายหยดน้ำ

ขูดฟิลเลอร์ จมูก ประสบการณ์ตรง ของคนที่เคยขูดฟิลเลอร์มาหลายครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์จมูก จากประสบการณ์ตรงของหมอที่ เจอคนไข้มา ปรึกษา จะพบว่ากลุ่มที่สลาย 100 % พวก Hyarulonic acid สามารถเสริมได้เลย อาจขูดออกได้ และ ส่วนใหญ่ มักไม่มีปัญหา ส่วนกลุ่มที่สลายบางส่วน เป็นกลุ่ม Aqua lift , Hydrophillic gel กลุ่มนี้ มักมีการติดเชื้อง่าย ขูดออกได้ แต่ขูดออกหลายครั้ง และ อีกกลุ่มมักเป็นพวกซิริโคนเหลว ที่มักจะขูดไม่ออก และทำให้ผิวหนังส่วนจมูกหนาขึ้น ซึ่งสังเกตได้จาก หลังฉีดไป ช่วงแรก ตอนแรก จมูกจะสวยเป็นรูป แต่หลังจากนั้น จมูกจะดูใหญ่ขึ้น หรือเมื่อโดนความร้อน เช่น เลเซอร์ อาจเกิดการย้อยได้

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

วันนี้ทางคลินิกจึงได้นำ ประสบการณ์ จากน้องกิ้ก ที่เคย ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่ม ซิริโคนเหลวมาฝากกันค่า

น้องกิ้ก : สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวแก้จมูก ซึ่งเคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน และ ขูดออกมาแล้ว หลายครั้ง เลยทำให้เนื้อในส่วนปลายจมูก บางลงค่า
เลยมาปรึกษาคุณหมอ หาวิธีที่จะแก้ไขค่า

หมอให้คำปรึกษาดีมาก ทำแบบไหนปลอดภัย ทรงไหนสวย เข้ากับหน้า แล้วอีกอย่างหมอเพิ่งไปเรียนเทคนิคใหม่ๆจากเกาหลี เพิ่มเติม ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วได้นำเอาซิลิโคน Gore-Tex กลับมาด้วย

เราก็ชอบทรงแบบเกาหลี พอดี เลยจัดหาวันทำเลยค่ะ แต่เนื่องจาก ปลายจมูกของกิ้กบาง จึงได้เติมปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียมไปด้วยค่า ซึ่ง เป็นนวัฒกรรมใหม่ ใช้สำหรับการทำเส้นเลือดเทียม สมานและยึดติดกับเนื้อเยื่อได้ดี

แล้วเอาเนื้อเยื่อเทียม มาตกแต่งในส่วนปลายจมูก เทคนิคเหมือนทำที่เกาหลีเลยค่ะ ซึ่ง ช่วยให้ยึดติดกับ เนื้อเยื่อได้ดี ลดปัญหา เบี้ยวทะลุ
ธรรมชาติมากกว่าการ เสริมซิลิโคน ค่า

เนื่องจาก กิ้กเคยขูดฟิลเลอร์มา ก่อน ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือ การติดเชื้อค่า ครั้งนี้ ขูดส่วนของ ฟิลเลอร์ออกได้ค่อนข้างหมดแล้ว เพราะกิ้ก เคยขูดออกไป 2 ครั้งแล้วค่า แต่กิ้ก ต้องมา ฉีดยา ต่อเนื่อง ที่คลินิก ทุกวัน เป็น เวลา 1 อาทิตย์ พร้อมกับความคุมอาหาร อย่างเคร่งครัด

สุดท้ายนี้ สำหรับคนที่เคยฉีด ฟิลเลอร์จมูก สิ่งที่ควรทำคือ เราควรบอกหมอ ตามความเป็นจริง ทุกครั้ง ฉีดเมื่อไร่ ฉีดแค่ไหน

ฉีดตัวไหน อยู่ เพราะหมอจะได้ดูแลได้อย่างเหมาะสม รักษาด้วยการ ขูดฟิลเลอร์ จมูก และเรื่องโอกาส ของ การ ติดเชื้อ ค่ะ

ทั้งนี้การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะกับตัวมีปัจจัยในการตัดสินใจหลัก เช่น งบประมาณค่าใช้จ่าย ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความพอใจและโครงหน้าของคนไข้ สภาพผิวที่แตกต่างกันออกไป (ผิวคล้ำเสียจากการถูกแดดเผาหรือไม่ ผิวยังมีความยืดหยุ่นอยู่แค่ไหน)

เพราะฟิลเลอร์ที่เหมาะกับคนๆ นึง อาจจะไม่เหมาะกับอีกคนก็ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ เพื่อรับการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับตัวเองฉีดฟิลเลอร์จมูก

มารู้จักเทคนิควิธี เสริมจมูกแบบโอเพ่น พร้อมข้อดี

รีวิวเสริมดั้ง มารู้จักเทคนิควิธี เสริมจมูกแบบโอเพ่น พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนตัดสินใจเสริมจมูกเสริมจมูกแบบโอเพ่น หรือ การ “เสริมจมูก” กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในสังคมไทยปัจจุบันและมีการทำกันอย่างแพร่หลาย การเสริมจมูกมีเทคนิค วิธีการศัลยกรรมหลากหลายวิธี เพื่อรองรับปัจจัยที่แตกต่างกันในแต่ละคน เช่น ลักษณะของจมูกเดิม ทรงจมูกใหม่ที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายในการเสริมจมูก รวมทั้งความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่ละคน ในบทความนี้ ขอแนะนำเทคนิคการเสริมจมูกประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่แพทย์ใช้แล้วได้ทรงจมูกสวยงาม นอกจากนั้นยังสามารถแก้ไขทรงจมูกเดิมได้อีกด้วย นั่นคือ การเสริมจมูกแบบเปิด หรือที่นิยมเรียกกันว่า การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)

รีวิวเสริมดั้ง

แพทย์หญิงชญาดา ชนะศรีโยธิน หรือ หมอเจี๊ยบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก (จึงเข้าใจสรีระของใบหน้าคนเป็นอย่างดี) รีวิวเสริมดั้ง และยังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมพลาสติกตกแต่ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมจมูกแบบเปิด) ประจำศูนย์ศัลยกรรมความงามและชะลอวัย โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต จะมาให้ความรู้ในเรื่องนี้

การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinaplasty) นั้นนับเป็นการผ่าตัดใหญ่ของจมูก มีแผลผ่าตัดทั้งภายในและภายนอกจมูกบริเวณฐานจมูก โดยเปิดแผลใต้ฐานจมูก แพทย์จะทำการกรีดผ่าจมูกเป็นแนวดิ่ง จนเห็นแกนจมูก จากนั้นแยกเนื้อและผิวหนังออกจากโครงสร้างจมูก แพทย์จะเห็นโครงสร้างพื้นฐานของจมูกได้ชัดเจน และทำการผ่าตัด เสริม แก้ไขปรับทรงต่อไป

การเสริมจมูกแบบเปิดนี้สามารถปรับแต่งแก้ไขจมูกได้มากกว่า สมบูรณ์กว่า การเสริมจมูกแบบปิด(แบบมาตรฐาน) เพราะเห็นสรีระจมูกได้มากกว่า นอกจากเสริมจมูกได้สวยงามแล้ว วิธีนี้ยังใช้เพื่อแก้ไขทรงจมูกเดิมได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย เช่น แก้ไขจมูกสั้นให้ยาว (โดยเสริมปลายจมูกหรือ ทำปลายหยดน้ำ) แก้ไขจมูกคดให้ตรง (โดยตัดแต่งโครงจมูก) รวมทั้งแก้ไขจมูกใหญ่ก็ตัดแต่งให้เล็กเรียวได้ (โดยตัดแต่งเนื้อด้านในจมูก) ซึ่งศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ยืนยันว่าวิธีการเสริมจมูกแบบเปิดสามารถตกแต่งปลายจมูกได้ดี ไม่มีโอกาสทะลุ ผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย จมูกบางก็สามารถทำได้

หมอเจี๊ยบยังได้บอกถึงเทคนิคที่ใช้ในการเสริมจมูกแบบเปิดให้สวย ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทะลุ โดยจะใช้ซิลิโคน (silicone) รูปตัวไอ (I –Shape) เสริมที่แกนสันจมูก (Dorsal Augmentation) ส่วนปลายจมูกจะทำการสร้างปลายใหม่ โดยใช้กระดูกอ่อน กระดูกอ่อนที่ใช้มาได้จากหลายที่ ได้แก่ กระดูกอ่อนที่จมูก กระดูกอ่อนหลังใบหู รวมถึงกระดูกซี่โครงอีกด้วย

แต่การเสริมจมูกแบบเปิดก็มีข้อเสีย เช่น ราคาสูงกว่าแบบปิด พักฟื้นนานกว่าโดยทั่วไป 1-2 สัปดาห์ (มีอาการบวมช้ำประมาณ 1 สัปดาห์ และจะลดลงใน 2-3 สัปดาห์) ใช้เวลาในการทำนานกว่า (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง) และยากกว่าแบบปิดเพราะรายละเอียดมากกว่า ในบางรายอาจต้องใช้ยาสลบ เป็นต้น

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิดเป็นการผ่าตัดใหญ่จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสูง และอยู่ภายในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เครื่องมือพร้อมครบถ้วน และต้องศึกษาหาข้อมูลเป็นอย่างดี ผู้ใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ ติดต่อโดยตรงได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมความงามและชะลอวัย โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ตรีวิวเสริมดั้ง

รีวิวแก้จมูก 7 วันเข้าที่!…ทรงใหม่สโลปสวยละมุนมากกก

รีวิวเสริมจมูก สวัสดีค่ะ แนะนำตัว ลูกตาล นะคะ ตามหัวเรื่องเลย วันนี้จะมารีวิวศัลยกรรมที่ไปทำมาล่าสุด ที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ก็คือไปแก้จมูกใหม่ที่นี้มานั่นเองค่ะที่ตัดสินใจแก้เพราะของเดิมที่ทำมานานพอสมควร แล้วตอนนี้ก็เลยอยากเปลี่ยนใหม่ค่ะ เพราะรู้สึกว่าของเดิมมันแข็งๆ ทำให้หน้าดูแข็งๆ ไปนิด เลยอยากแก้ให้จมูกสโลปลงมากว่านี้ ละมุนกว่านี้อีกหน่อย ของเก่าไม่ได้แย่อะไรเลยนะคะ ทรงความโด่งโอเคเลยค่ะ เพียงแต่ว่าอยากแก้เปลี่ยนทรงใหม่แค่นั้นเอง อยากให้ดูทันสมัยมากขึ้นเข้ากับเทรนตอนนี้ อยากได้จมูกพุ่งแต่มีความสโลปปลาย ไม่โด่งพุ่งเกินไป

รีวิวเสริมจมูก

นี่ค่ะ จมูกก่อนแก้ ทรงไม่ได้แย่เลยค่ะ สวยอยู่ค่ะ เพียงแต่ตาอยากเปลี่ยนให้ดูละมุนกว่านี้ เอาง่ายๆ ว่าหาเรื่องเจ็บตัวใหม่นั่นเอง 5555555555

ก็เข้าไปปรึกษาคุณหมอ บอกความต้องการเลยว่าอยากได้แบบไหน รีวิวเสริมจมูก ทำความเข้าใจกับคุณหมอก่อน เพราะการแก้ครั้งนี้ ก็อยากให้จบเหมือนกันนะเอาจริงๆ ถ้าเกิดไม่คิดเปลี่ยนใจในภายภาคหน้านะ ครั้งนี้ก็อยากให้อยู่นานๆ ก็ปรึกษาพูดคุยกับคุณหมออย่างละเอียดและเข้าใจตรงกัน ก็ตัดสินนัดผ่าเลยค่ะ เตรียมร่างกาย เตรียมใจให้พร้อม เราเคยผ่าตัดมาแล้วก็พอรู้มาแล้วบ้าง ว่าต้องเตรียมตัวยังไง

วันผ่าก็ปกตินะคะ ไม่ค่อยกังวลอะไรเท่าไหร่ กังวลอย่างเดียวว่าจะออกมายังไงแค่นั้นเองค่ะ 555555 กลัวจะไม่ถูกใจ กลัวจะไม่ชอบ แต่ก็นะเราตกลงกับคุณหมอแล้ว มั่นใจฝีมือคุณหมอค่ะ ว่าต้องออกมาแบบที่เราต้องการสัก 80% ก็โอแล้ว ตอนผ่าได้ยินทุกอย่างเลยค่ะ เสียงคุณหมอทุบๆ จมูก งัดๆ มาหมด ได้ยินรู้สึกทุกอย่าง แต่แค่ไม่เจ็บ ไม่รู้สึก แต่แอบหวาดเสียวเสียงคุณหมองั้ดซิลิโคนเก่าออก เสียงบาดใจมากมายย และก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ การผ่าตัดวันที่หกค่ะ แต่งหน้าได้ปกติทุกอย่างแล้ว เอาจริงๆ ออกไปข้างนอกไม่มีใครรู้เลยแหะ แต่มีคนทักว่าสวยขึ้น แต่ไม่มีใครจับได้เลยว่าไปทำอะไรมา จนเราต้องบอกเอง ทุกคนชมหมดเลยว่าดีมาก คือขนาดเคสแก้ยังไม่มีอาการบวมช้ำ 6 วันคือแต่งหน้าสวยๆ ออกมาเที่ยวได้แล้วสบายมากกกกก ถือว่าถูกใจมาก เราเองก็ถูกใจคนรอบข้างก็ถูกใจไปด้วย อยากไปเสริมตามกันเพียบ

ตาลทำภาพเทียบมาให้ดูนะคะอย่างที่บอกจมูกเดิมไม่ได้แย่โนะ แต่แค่อยากแก้ใหม่เพราะเบื่อทรงเก่าและอยากได้ปลายพุ่ง ทรงมีความสโลปกว่าเดิม และก็ออกมาถูกใจค่ะ ออกมาให้เห็นตามภาพเลย ปลายมีความพุ่งขึ้นมาเบาๆ ทรงสโลปอย่างที่เราอยากได้เลย ไม่ได้โด่งแข็งทื่อ เหมือนก่อนแก้ ถือว่าครั้งนี้ถูกใจมากๆ กับการแก้จมูกครั้งที่ 2 ชอบมาก แต่งหน้าแล้วสวยขึ้นเยอะ หน้าดูมีมิติขึ้น ไม่ดูแข็งทื่อ ปลายเชิ่ดเบาๆ เอาไปเลย 10 เต็ม

สำหรับเราใครที่กำลังหาที่แก้จมูกดีๆ แนะนำที่นี่นะ รีวิวสวยๆ เขามีเยอะ ไปลองดู ว่ารูปจมูกเราเป็นแบบไหน คล้ายกับเคสที่เขารีวิวหรือเปล่า อย่าดูแค่ภาพรีวิวนะคะ ไปอ่านสตอรี่ของเขาด้วยเหมือนตาล ตามอ่านรีวิว อ่านละเอียดเลย ไม่ได้ดูแค่ภาพสวยๆ เพราะถ้าอ่านรีวิวอะ มันจะรู้สตอรี่ของเคสนั้นๆ ว่าเป็นมายังไง อ่านละก็เพลินนะคะ มีทั้งโอเค และไม่โอเค ไม่โอเคในที่นี้คือ ไม่ถูกใจเรานะ ไม่ใช่ว่าเคสเขาแย่หรือไม่สวย ลองอ่านรีวิวกันดูนะคะ บางทีมันเป็นประโยชน์มากจริงๆ อย่าดูแค่ภาพกันอย่างเดียว เหมือนที่ลูกตาลมาเขียน ก็ไม่ได้มาอวยคลินิกอะไรเลยนะ แค่ทำแล้วมันสวยก็เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อะไรดีก็มาบอกว่าดีเนอะ

ตาลคิดว่าการแก้จมูกครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแหละ เพราะก็คิดว่าไม่อยากแก้บ่อยๆ ถ้ามันไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็คิดว่าจะไม่แก้แล้วค่ะ จะไปลงทุนทำสวยอย่างอื่นบ้างแล้วค่ะ 555555

ถ้าใครสนใจก็ลองไปติดต่อที่คลินิกดูเนอะ ตาลแก้จมูกที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ค่ะรีวิวเสริมจมูก

เสริมจมูกสวยแบบธรรมชาติ

แต่งปลายจมูก สวัสดีคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคนนะค่ะ เราไปเสริมจมูกกับคุณหมออภิชาญ เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจได้เข้ามาอ่านกัน เรารู้จักคลินิกนี้ผ่านการอ่านรีวิวบนเว็บไซต์ค่ะและดูข้อมูลจากเว็บไซต์หลักของคลินิกด้วยค่ะ

แต่งปลายจมูก

เมื่อดูรีวิวแล้วคุณหมอทำออกมาธรรมชาติ ไม่เป็นแท่งเกินไป แต่งปลายจมูก จึงตัดสินใจโทรไปนัดคิวคุณหมอเพื่อทำการปรึกษาก่อนค่ะ จริงๆแล้วเราไม่เคยปรึกษาหมอที่อื่นเลยค่ะ ตัดสินใจมาปรึกษาที่นี้เป็นที่แรกแล้วก็ตัดสินใจเสริมจมูกกับคุณหมอเลยค่ะ

วันปรึกษาคุณหมอ : คุณหมอเช็คดูโครงสร้างของจมูกให้อย่างละเอียด ว่าจมูกเราเป็นลักษณะไหน จมูกของเราเป็นจมูกคตซึ่งการเหลาซิลิโคนสำหรับจมูกคตจะมีความยากกว่าจมูกปกติ คุณหมอจึงแนะนำให้ใช้ซิลิโคนแบบนิ่มเพราะซิลิโคนแบบนิ่มสามารถเหลาให้ได้องศาดีกว่าซิลิโคนปกติ จมูกของเราไม่สามารถทำได้โด่งมากเพราะเป็นคนจมูกบาง ถ้าทำโด่งมากโอกาสที่จมูกจะทะลุมีสูงและอีกอย่างกระดูกฮั๊มใหญ่ต้องขุดออก สำหรับตัวเราแล้วไม่ขอโด่งมาก ขอออกมาเป็นธรรมชาติและหน้ามีมิติมากขึ้นก็พอใจแล้วค้า หลังจากนั้นเราก็นัดคุณหมอเพื่อทำจมูกในอาทิตย์ถัดมา

วันทำจมูก : ตื่นเต้นมากๆเลยเพราะเป็นครั้งแรก ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เราต้องล้างหน้าให้สะอาดหรือใครที่แต่งหน้ามาก็ต้องล้างเครื่องสำอางคออกให้หมด บรรยากาศภายในห้องผ่าตัดค่อนข้างผ่อนคลายเพราะมีเปิดเพลงเบาๆให้เราฟังเพื่อเราจะได้ไม่ต้องเกร็งหรือกังวลมาก พอคุณหมอเข้ามา คุณหมอเริ่มทำความสะอาดจมูกและหลังจากนั้น ฉีดยา แอบเจ็บหน่อยนะแต่ไม่มาก หลังจากนั้นคุณหมอก็ลงมือผ่าตัด เวลามีเลือดให้เรากลืนลงไปเลยอย่าพ่นออกมา เรารู้สึกได้ตอนที่คุณหมอเหลาฮั๊มเป็นเสียงเหมือนขูดกระดูก แอบเสียวหน่อยๆ คุณหมอใช้เวลาในการเหลาซิลิโคนค่อนข้างนานหน่อยเพราะอย่างที่บอกว่าของเราเป็นจมูกคตการเหลาซิลิโคนจะยากกว่าเคสปกติ เราใช้เวลาอยู่ในห้องผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า หลังจากนั้นคุณหมอจะฉีดโบท็อกซ์บริเวณคิ้วเนื่องจากส่วนตัวเป็นคนชอบขมวดคิ้ว เราฉีดโบท๊อกซ์เพื่อไม่ให้เราขมวดคิ้วในระหว่างที่เพิ่งทำจมูกเพราะถ้าเราขมวดคิ้วบ่อยๆ โอกาสที่ซิลิโคนจะไม่เข้ากับฐานจมูกของเราจะมีสูง หลังจากนั้นคุณหมออธิบายวิธีการรักษาและการทำความสะอาดแผลค่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว พึงพอใจมากๆเลยค่ะ เพื่อนๆก็บอกว่าหน้าดูมีมิติขึ้น ทำได้ธรรมชาติมาก ถ้าไม่รุ้จักกันมาก่อนคงดูไม่ออกว่าทำจมูกมา ต้องขอบคุณคุณหมออีกครั้งนะคะ อันนี้ส่วนตัวเลยอยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังสนใจทำจมูกและอยากได้เป็นแบบธรรมชาติ ลองเข้าไปปรึกษาคุณหมอดูได้นะคะ สามารถลงคอมเม้นติชมได้นะค้า ปล.ถ้าหากมีใครสนใจอยากถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรายินดีค่ะ แอดไอดีไลน์มาคุยกันได้นะคะ piimplz ค้าาาแต่งปลายจมูก

เสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ ทำแล้วชีวิตเปลี่ยน

ทรงหยดน้ำ ฮาโหล ฮาเหล๋,,,,, สวัสดีค่ะสมาชิกดั้งโด่งทุกๆท่าน เราชื่อชมพลอยค่ะ เราเห็นเพื่อนๆเขียนรีวิวกันเยอะ ไม่ว่าจะทำปาก ทำตา ทำคาง ดูดไขมัน หรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้พลอยจะขอพื้นที่ตรงนี้เขียนรีวิวดีๆจากการเสริมหน้าอกของพลอยให้ทุกคนได้อ่านกันเพลินๆนะคะ สัญญาก่อนนะว่าจะไม่เบื่อกัน ห้ามหลับด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ

ทรงหยดน้ำ

เริ่มกันเลยดีกว่าเนาะพลอยอยากแชร์อยากจะเล่าให้ฟังแย่ละ หุหุหุ ทรงหยดน้ำ คือก่อนหน้าที่พลอยจะเสริมหน้าอก พลอยมีงานถ่ายแบบนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อยๆค่ะ แต่ขอบอกก่อนเลยว่าพลอยเป็นคนมีเนื้อหน้าอกอยู่บ้างแล้วค่ะ แบบดันได้โกยได้ถ้าต้องทำให้มันตู้มๆ เช่น ใส่ชุดเกาะอก สายเดี่ยว ขุดว่ายน้ำ คือดันได้พอประมาณหนึ่งนะค่ะ แต่ก็ไม่เต็มไม้เต็มมือเท่าที่ควร หรือเวลาถ่ายแบบใส่ชุดบางทีก็ไม่เต็ม ต้องดันต้องโกยตลอดเวลา พลอยบอกเลยว่าเหนื่อยค่ะ ถ้าต้องดันต้องโกยกันตลอด พลอยอยากใช้ชีวิตแบบง่ายๆไม่ต้องดันไม่ต้องโกย พลอยเลยเลือกเสริมหน้าอกไปเลยดีกว่าจะไปสบายๆ ง่ายๆ เก๋เก๋ ใช่มั้ยคะเพื่อนๆ

ด้วยความที่ไม่อยากเหนื่อยในการโกยและดันอีกต่อไป พลอยเลยตัดสินใจหาข้อมูล ดูรีวิว สอบถามเพื่อนๆที่เป็นพริตตี้ ว่า เวลาผู้หญิงจะเสริมหน้าอกเค้าดูกันจากตรงไหน ว่าจะทำที่ไหนดี ทำแล้วต้องทำทรงอะไร ทำแล้วแบบไหนที่เรียกว่าสวย เพื่อนที่เป็นพริตตี้ก็เลยบอกว่า ให้เราลองนั่งดูรีวิวของแต่ละคลินิกดูว่าชอบของคลินิกไหน , ดูฝีมือในการเสริมหน้าอกของคุณหมอ และดูความปลอดภัยในการทำของแต่ละที่ด้วย ส่วนเรื่องทรงหน้าอกเรามีทรงที่ชอบในใจที่มันเหมาะสมกับตัวเราแล้วก่อนเสริมค่อยปรึกษาคุณหมออีกทีว่าทำได้หรือไม่กับทรงที่เราชอบ

ดูไปดูมา หาไปหามา เราเลยตัดสินใจเลือกทำที่ The SiB Clinic ค่ะ สาเหตุที่เลือกที่นี่เพราะ ดูจากฝีมือคุณหมอ รีวิวแต่ละรีวิวออกมาสวยจริงๆ ไม่เชื่อเพื่อนลองนั่งดูรีวิวตามเพจ และในไอจีของคลินิกได้เลยค่ะ ที่นี่เสริมออกมาแล้วดูเป็นทรงและธรรมชาติมากเลยค่ะ ปัจจัยหลักๆที่พลอยเลือกเพราะความเป็นธรรมชาติค่ะ เพราะพลอยเป็นคนมีหน้าอกอยู่บ้างแล้ว แต่ที่ทำเพราะจะให้มันดูเต็มๆ ตู้มนิดๆ และให้ดูธรรมชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ อ่อ…และที่สำคัญซิลิโคนที่นี่ได้มาตรฐานปลอดภัยหายห่วงเลยจ้า ได้กล่องกลับบ้านด้วยน๊า แล้วพลอยจะต้องรออะไรอีกทำเลยสิคะ โทรสอบถาม นัดวันผ่า วางมัดจำเรียบร้อย ไม่ค่อยรีบเลยเนาะพลอย 55555 อ่าๆไม่รีรออะไรละ พลอยเอารูปรีวิวให้ดูเลยดีกว่า ว่าทำออกมาแล้วดูสวยแค่ไหน และมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกแค่ไหน เอาเป็นว่า สวย ตู้ม เป๊ะ !!! ตามนั้นค่ะ พร้อมยัง ถ้าพร้อมแล้วดูกันเลย

(จากรูปรีวิว พลอยใส่ขนาด 345 CC ทรงหยดน้ำนะคะ จะได้ดูธรรมชาติสุดๆ และซิลิโดนต้องยี่ห้อเมนเตอร์เท่านั้น เพราะเค้าบอกว่าได้รับการทดสอบแล้วว่า รถสิบล้อเหยียบยังไม่แตกเลยค่ะ ฮ่าๆๆ พี่เซลล์เค้าว่างี้ ด้วยความปลอดภัยเลยเลือกเมนเตอร์ค่ะ)

สวยไหมค่ะ ถ้าสวยแล้วทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้นจะรออะไรอีก ทำอะไรดีๆให้กับตัวเองกันดีกว่าเนาะ ผู้หญิงเราไม่ว่าจะใครก็อยากสวย อยากดูดี อยากมั่นใจในตัวเองกันทั้งนั้น พลอยขอเป็นอีกแรงหนึ่งแรงเชียร์ ให้สาวๆทุกคนทำตามความฝันของตัวเองกันค่ะ ขอยืมสโลแกนบ้านๆหน่อยละกัน เพราะความสวยรอไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ ไปทำกันเลย !!!!

หากสาวๆคนไหนมีข้อสงสัย อยากจะสักถามถามเรากันได้เลยนะคะ ยินดีให้คำปรึกษาจากประสบการณ์ตรง จากตัวเองนี่แหละ เดี๋ยวพลอยเข้ามาตอบ หากพลอยช้าพลอยขอแนะนำพี่คนนี้ให้ค่ะ เค้าเป็นกูรูในเรื่องนี้เลย ดูแลพลอยตั้งแต่ก่อนทำและหลังทำ Id : kwankaew13 ลองถามเค้าดูเลยก็ได้ ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะทุกคน จุ๊ฟฟฟฟทรงหยดน้ำ