วิธีรักษาฝ้า กระ ด้วยธรรมชาติ ประหยัดสุด เห็นผลจริง!!

รักษาฝ้า ฝ้า คือ สีผิวที่ผิดปกติบนผิวหน้า โดยสีของผิวจะเกิดจากสารหรือเม็ดสีเมลานิน (melanin) ซึ่งถูกสร้างมาจากเซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ (melanocyte) ซึ่งเจริญมาจากเซลล์ระบบประสาท โดยแฝงตัวอยู่ที่ด้านล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า ประมาณ 30-40 เซลล์ เมื่อเกิดเหตุใดๆก็ตามที่ทำให้เม็ดสีเหล่านี้ผิดปกติไป ก็จะทำให้สีของผิวบริเวณนั้นผิดปกติเกิดรอยปื้น น้ำตาล บนใบหน้า หรือ ฝ้า นั่นเอง

รักษาฝ้า

แสงแดด รักษาฝ้า มีรังสีอุลต้าไวโอเล็ต(UV – Ultraviolet) สามารถทำให้เกิดฝ้าได้ตามบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก โดยฝ้าเกิดจากเม็ดสีเมลานนิน ซึางเม็ดสีเมลานินนี้มีหน้าที่พิเศษคือกรองรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต (UV – Ultraviolet) ดังนั้นยิ่งเราตากแดดมาก ร่างกายก็จะสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น
โดยที่รังสี UVA (รังสี UV ชนิด A เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานต่ำ) จะกระตุ้นให้เซลล์ melanocytes สร้างเม็ดสีเมลานินได้โดยตรง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้ทำงานได้มากขึ้น และทำให้เซลล์ผิวหนัง (keratinocyte) รับสารเมลานินได้มากขึ้นส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น จึงทำให้เกิดผิวสีคล้ำ เกิดฝ้า หรือ กระ
รังสี UVB (รังสี UV ชนิด B มีช่วงคลื่นสั้น พลังงานสูง) จะทำให้การทำงานประสานกันของเซลล์ melinocyte และเซลล์ keratinocytes ได้ดีขึ้นในการรับส่งเม็ดสีเมลานิน ถ้าได้รับมากๆ สามารถทำให้เกิดผิวไหม้ บวมแดง และหากได้รับรังสีเป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

การใช้ยาบางชนิด
ยาบางชนิด สามารถไปกระตุ้นผิวหนังให้ไวต่อแสงแดด ยาที่มักจะพบว่ามีผลต่อการเกิดฝ้าคือ ยาคุมกำเนิดบางชนิด ยาแก้อักเสบเช่นเตตร้าไซคลิน (tetracyclines) อะมิโอดาโรน (Amiodarone) ซึ่งเป็นยาที่มีผลกับการทำงานของหัวใจ ฟินนีโทอีน (Phenytoin) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคลมชักชนิดต่างๆ ฟิโนเธียซีน (Phenothiazines) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท มีผลทำให้ง่วงนอน ซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) ที่ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคบางชนิด

ภาวะบางอย่าง
ภาวะที่ทำให้เกิดฝ้าได้ คือ การตั้งครรภ์ โรคตับ โรคแอดดิสัน(พบได้น้อยมากเกิดจากต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนสเตอรอยด์ได้น้อยกว่าปกติ) อีโมโครมาโทซิส(Hemochromatosis) เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่เกิดจากการสะสมของเหล็กในกระแสเลือดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ตับ และเนื้องอกใต้สมอง

วิธีรักษาฝ้า ราคาประหยัด

วิธีรักษาฝ้า ด้วยหัวไชเท้า
นำหัวไชเท้าบด ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย แต้มที่รอยฝ้า หรือ พอกหน้าเว้นดวงตา ปาก 10 – 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำเย็น ซับหน้าให้แห้ง วิธีรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้านี้ ถ้าอยากให้เห็นผลดียิ่งขึ้นควรทำวันเว้นวัน (สำหรับผู้มีผิวบอบบางไม่ควรใช้สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า) เท่านี้ฝ้าบนใบหน้าของคุณของคุณก็จะค่อยๆจางลง แถมยังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย

วิธีรักษาฝ้า ด้วยใบบัวบก
นำใบบัวบกมาปั่น กรองแต่น้ำใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกเช็ดหน้าหลังล้างหน้าก่อนนอน ใบบัวบกมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว ทำแบบนี้ทุกวัน รอยฝ้า กระ ก็จะค่อยๆจางลง เป็นวิธีรักษษฝ้าที่ประหยัด และได้ผลดีมากอีกวิธีหนึ่ง

วิธีรักษาฝ้า ด้วยว่านหางจระเข้
นำว่านหางจระเข้ ที่ใบแก่ๆ มาแช่น้ำทิ้งไว้ 10 นาที แล้วลอกเปลือกออก ล้างยางให้สะอาด นำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ หรือสะดวกจะบดก็ได้ แช่ในตู้เย็นให้ว่านหางจระเข้เย็นๆ นำมาพอกหน้า 15 – 20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้รอยฝ้ากระจางลง พร้อมทั้งช่วยลดอาการแสบไหม้ ระคายเคืองจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวฟื้นฟู อิ่มน้ำดีขึ้นรักษาฝ้า

อยากขาว ทำไงดี ? 10 วิธีช่วยให้ผิวขาวแบบได้ดั่งใจ

อยากขาว ต่อให้อากาศประเทศไทยจะร้อนแค่ไหน หรือแสงแดดจะแผดเผามากสักแค่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สาวไทยหลายคนปรารถนาก็คือ การได้มีผิวขาว กระจ่างใสดุจสาวเกาหลีนั่นเอง และแน่นอนว่า หนทางสู่ความขาวของหลายคนนั้นก็เต็มไปด้วยอุปสรรคไม่น้อยเลยทีเดียว ทำอย่างไรก็ไม่ขาวสักที วันนี้เรามีวิธีทำให้ขาว กระจ่างใส จนลืมไปเลยว่าเคยดำมาฝากสาวๆ ทุกคน ด้วย 10 วิธีนี้ เชื่อเถอะว่า มันต้องมีสักวิธีนั่นแหละที่จะเหมาะกับเรา ว่าไปแล้วก็ ลุยกันเลยดีกว่า กับ 10 วิธีช่วยให้ผิวขาวแบบได้ดั่งใจ ของเรา

อยากขาว

วิธีที่ 1 ผิวดีเริ่มที่อาหาร อยากขาว ถ้าอยากขาวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้เยอะๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน ซี และวิตามิน อี อย่างเพียงพอ ซึ่งวิตามิน ซี นี่เองที่จะช่วยให้ผิวของเราดูขาวกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม ส่วนวิตามิน อี นั้นจะช่วยให้ผิวของเราดูชุ่มชื้น และไม่แห่งกร้าน ทำให้ผิวดูสวยใส ไม่ใช้ขาว แต่ไม่มีออร่า และที่สำคัญคือ การทานผักผลไม้เป็นประจำ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น เมื่อขับของเสียออกไปได้ ผิวขาวใสก็จะตามมานั่นเอง

วิธีที่ 2 อาบน้ำขัดผิวเป็นประจำ เชื่อหรือไม่ว่า การอาบน้ำช่วยให้ผิวขาวได้ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ อย่าคิดว่าตัวเองสะอาดไม่ต้องอาบน้ำ และเวลาอาบน้ำอย่าลืมขัดผิวด้วยใยขัดผิวเป็นประจำ เพื่อเป็นการขัดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ออกไป ให้ผิวของเราได้สร้างเซลล์ใหม่ที่ใสกว่าเดิมขึ้นมาแทน วิธีการขัดตัวที่ถูกต้อง ควรขัดเป็นวงกลม ไล่จากส่วนต่างๆ ของร่างกายมายังหัวใจ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้เป็นอย่างดี

วิธีที่ 3 สครับผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การสครับ หรือขัดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ขัดผิว สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น ทำให้ผิวพรรณของเราขาวใสไดเร็วกว่าเดิม แต่ที่สำคัญ คือ ไม่ว่าคุณจะสครับผิวด้วยสารจากธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์ ควรเลือกชนิดของสครับให้เหมาะสมกับผิวของตัวเองด้วย และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะจะเป็นการรบกวน และสร้างความระคายเคืองให้แก่ผิวได้

วิธีที่ 4 ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ต่อให้คุณไม่ได้ออกไปไหน แค่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ในบ้าน หรือสำนักงาน ครีมกันแดดก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอ เพราะรังสียูวีนั้น สามารถเล็ดลอดเข้ามาหาเราได้ตลอดเวลา การทาครีมกันแดดทุกวันให้ติดเป็นนิสัยนอกจากจะช่วยให้ผิวของเราขาวใสแล้ว ยังช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

วิธีที่ 5 ใส่เสื้อแขนยาวทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน การใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นการปกป้องผิวจากแสงแดดอีกหนึ่งวิธี และแน่นอนว่าคุณอาจจะอึดอัดสักหน่อยแต่เชื่อเถอะว่า คุ้มค่าไม่น้อยทีเดียว กับผิวที่จะขาวใสขึ้น ที่สำคัญคือ การใส่เสื้อ หรือกางเกงขายาว ยังช่วยให้ผิวของคุณไม่ต้องรับความร้อนจากแดดโดยตรง ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการผิวไหม้จากแดด และมะเร็งผิวหนังลงได้ไม่น้อยทีเดียว

วิธีที่ 6 พอกผิวขาว การพอกผิวขาว อาจจะใช้สมุนไพร หรืออย่างอื่นก็ได้ แต่ควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผิวของเราได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ การพอกผิวขาวนั้นมีหลายแบบตั้งแต่พอกด้วยน้ำนม พอกด้วยโคลน ไปจนถึงการพอกผิว ด้วยครีมที่ถูกออกแบบมาเพื่อ พอกให้ผิวขาวใสโดยเฉพาะ ก่อนทำการพอกผิวควรทำการทดสอบการแพ้ของผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาพอกก่อนด้วยการ ทาลงไปที่ท้องแขนด้านใน แล้วทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแพ้ หรือบวม แดง เป็นตุ่ม จึงจะนำมาใช้พอกทั้งตัวได้

วิธีที่ 7 การรับประทานอาหารเสริมบำรุงผิว อาหารเสริมสำหรับการบำรุง ให้ผิวขาวใสมีหลายแบบด้วยกันตามท้องตลาด ซึ่งหากต้องการความปลอดภัย หรือมีโรคประจำตัว แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน โดยอาหารเสริมที่นิยมกิน เพื่อให้ผิวขาว มักจะเป็นอาหารเสริมจำพวก วิตามิน ซี วิตามิน อี วิตามิน บี3 คอลลาเจน กลูต้าไธโอน และอื่นๆ อีกมากมาย การเลือกอาหารเสริมเพื่อผิวขาว ควรเลือกอาหารเสริมที่มีหมายเลข อย. กำกับด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายกับร่างกายของเรา

วิธีที่ 8 ทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำ ผิวก็เหมือนกันอวัยวะอื่นของร่างกาย ที่จำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่อยู่เป็นประจำเช่นเดียวกัน สำหรับโลชั่นบำรุงผิวในปัจจุบัน มักจะมีการผสมสารไวท์เทนนิ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผิวของเราชุ่ม ชื่นและกระชับแล้ว ไวท์เทนนิ่งนี่เอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ผิวของเราขาวใสมากกว่าเดิม แต่การทาโลชั่นบำรุงผิวจำเป็นต้องทาอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนมายิ่งขึ้น และทำให้เนื้อครีมบำรุงผิวทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผิวขาวอย่างยั่งยืน

วิธีที่ 9 การกรอผิวเฉพาะส่วน ( Skin Dermabration ) การกรอผิวเฉพาะส่วนนั้นนอกจากจะช่วยให้ผิวขาวใสขึ้น ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวหนังขึ้นมาใหม่ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้กับผิวหนังส่วนที่ด้าน และดำมากๆ จนไม่สามารถทำให้กลับมาขาวใสด้วยวิธีการขัด เช่น ข้อศอก หรือ หัวเข่า เป็นต้น

วิธีที่ 10 การฉีดวิตามินผิวขาวเข้าผิวหนัง เป็นวิธีที่สาวๆ หลายคนเลือกใช้ เพื่อให้ได้ผิวขาวอย่างเร่งด่วน โดยสารที่นิยมนำมาฉีดเพื่อให้ผิวขาวใสนั้น ได้แก่ วิตามินซี และกลูต้าไธโอน แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำจะดีกว่า เนื่องจากวิธีการนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่นักสำหรับวงการแพทย์ และยังไม่มีงานวิจัยมารองรับในเรื่องของผลกระทบในระยะยาว แต่หากมองในเรื่องของความสวยความงาม นับว่าเป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้วอยากขาว

สุขภาพผิวและความงามสิวอุดตัน สิวหัวขาว สิวหัวดำ ป้องกันและรักษาได้อย่างไรนะ

สิวอุดตัน สิวอุดตัน (comedones) เป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สิวอุดตัน

Comedones สิวอุดตัน หรือสิวอุดตันเป็นสิวที่พบได้มากที่สุดจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมามักจะพบบริเวณหน้าผาก คาง ทำให้ผิวหน้าดูเป็นตุ่มๆ

ชนิดของสิวอุดตัน

Open comedones หรือสิวอุดตัวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ จะมีลักษณะเป็นตุ่มและหัวสีดำ สีดำที่เห็นคือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วรวมกับไขมันและเชื้อแบคทีเรีย สิวชนิดนี้สามารถบีบเอาหัวสิวออกได้แต่ต้องทำให้ถูกวิธีเพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ

Closed comedones หรือสิวอุดตันหัวปิด หรือสิวหัวขาว เนื่องจากหัวปิดจึงไม่แนะนำให้บีบเอาหัวสิวออกเพราะจะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เราจะสังเกตเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ เกิดจากมีการอุดตันของท่อต่อมไขมัน

Microcomedones เป็นตุ่มเล็กๆมองไม่เห็นด้วยตา
Macrocomedones เป็นสิวหัวปิดที่มีขนาดมากกว่า 2–3 mm
A giant comedo จะมีลักษณะเป็น cyst และมีหัวสิวสีดำ

Solar comedones เป็นตุ่มที่เกิดในผู้สูงอายุพบบริเวณแก้ม เชื่อว่าเกิดจากแสงแดด
สาเหตุของสิวอุดตัน
สิวอุดตันเกิดจากต่อมไขมันมีการสร้างไขมันในปริมาณมากรวมกับเซลล์ที่ตาย และเชื้อแบคทีเรีย อุดท่อไขมันและรูขุมขนซึ่งในที่สุดจะทำให้เกดการอักเสบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

มีการสร้างฮอร์โมนเพศชายคือ 5-testosterone (DHT) ซึ่งมีผลต่อเซลล์ผิวหนังทำให้มีการสร้างไขมันมาก
มีการลดลงของกรด linoleic acid ในไขมันทำให้เกิดขุย
มีการหลั่งกรดไขมันจากเชื้อแบคทีเรีย
ก่อนมีประจำเดือนจะมีการสร้างไขมันมากทำให้มีการอุดตัน
สารเคมีบางชนิด เช่น isopropyl myristate, propylene glycol และเครื่องสำอาง
การบีบสิว หรือการล้างหน้าอย่างแรง การลอกหน้า หรือการทำเลเซอร์ เหล่านี้จะทำให้มีการอุดตันเพิ่มเนื่องจากทำให้ต่อมขุมขนได้รับความเสียหาย
การสูบบุหรี่
อาหารที่มี glycemic index จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวอุดตัน
การดูแล
ใช้สบู่อ่อนล้างหน้าวันละสองครั้ง
เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีไขมัน ไม่มีน้ำหอม
พักผ่อนให้เพียงพอ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงอาหารที่มัน
หลีกเลี่ยงอาหารที่มี น้ำตาลหรือแป้งสูง
หยุดสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงแสงแดด
ไม่บีบสิว หรือล้างหน้าอย่างรุนแรงสิวอุดตัน

ชี้เป้า 8 วิตามินญี่ปุ่น ยอดนิยม เพื่อสุขภาพและความงาม หาง่ายในดรักสโตร์

วิตามินบำรุงผิว นอกจากยาแล้ว ใน Drugstore ที่ญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามหลากชนิด ซึ่งเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทยเห็นจะหนีไม่พ้น วิตามิน เพราะ วิตามินญี่ปุ่น นั้นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และสรรพคุณบำรุงร่างกายที่ดี นอกจากนี้ในบางชนิดยังช่วยเรื่องความงามอีกด้วย วันนี้เราคัดสรร 8 วิตามินญี่ปุ่น ยอดนิยม มารวมกันไว้ ชนิดไหนดี แบบไหนน่าใช้ดูเลย

วิตามิินบำรุงผิว

อย่างที่ทราบกันดีว่าวิตามินบีนั้นเป็นสารที่ร่างกายต้องการ และสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะมีผลช่วยในการทำงานของระบบประสาทที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ลดอาการเหน็บชา ซึ่ง วิตามินบีรวม DHC (ビタミンBミックス ) เป็น วิตามินญี่ปุ่น ที่รวมเอา วิตามิน B1, B2, B6, B12 เอาไว้ด้วยกัน ทั้งยังมีกรดไนอาซิน ไบโอตินที่ช่วยรักษาสมดุลของผิวหนัง เป็นวิตามินที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น

หลายๆ คนที่ได้ลองใช้ล้วนการันตี วิตามินบำรุงผิว ว่านอกจากช่วยเรื่องสุขภาพ บำรุงผม ผิว และสายตา แล้วยังช่วยลดการเกิดสิว ปัญหาความงามของใครหลายๆ คน ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร ซึ่งแม้ว่าวิตามินตัวนี้มีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่หลายๆ คนบอกว่าจงมองข้าม เพราะประโยชน์ที่ได้เลิศมากจริงๆ แถมราคาก็ไม่แพงด้วย

ปริมาณการรับประทาน
1 วันกิน 2 เม็ด

ราคา : 648 เยน (ขนาด 50 กรัม ทานได้ 90 วัน)

2DHC วิตามินซีแคปซูล : วิตามินญี่ปุ่น ตัวท๊อป ช่วยผิวสวย

วิตามินญี่ปุ่น ชนิดต่อไปที่เราจะมาแนะนำ จัดเป็นตัวท๊อปที่สาวๆ ต่างต้องการไปช๊อปปิ้ง เมื่อได้ไปญี่ปุ่น นั่นคือ วิตามินซีแคบซูลของ DHC ( ビタミンC(ハードカプセル)) นั่นเอง โดยในแคปซูลจะบรรจุไว้ทั้งวิตามินซี และบีสอง ถึง 1000 mg ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวสุขภาพดี และเสริมให้มีความทนทานต่อแสงแดด ช่างเหมาะกับสาวเมืองร้อนอย่างสาวไทยจริงๆ

นอกจากผิวสุขภาพดี หลายๆ คน คอนเฟิร์มสุดตัวว่ายังช่วยเรื่องความกระจ่างใสด้วย และในด้านสุขภาพวิตามินซียังช่วยให้เราไม่เป็นหวัดง่ายด้วยนะ ถือเป็นช่วยด้านสุขภาพและความงามได้เป็นอย่างดีเลยจริงๆ

ปริมาณการรับประทาน
วันละ 2 เม็ด

ราคา : 679 เยน (ขนาด 150 กรัม ทานได้ 90 วัน )

3Hythiol C Plus : ลดสิว ฝ้า จุดด่างดำ

Cr: ssp.co.jp

การผสานประสิทธิภาพของวิตามินซี และ cysteine ​​L อันเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยสร้างกลูต้าไทโอน และวิตามินอันเปี่ยมประโยชน์ทำให้ Hythiol C Plus (ハイチオールCプラス) เป็น วิตามินญี่ปุ่น ยอดฮิตอีกชนิดที่มีส่วนช่วยให้ผิวสวย เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวในการต่อต้านแสงแดด ลดและบรรเทาการเกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ ที่สำคัญยังช่วยให่ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และบรรเทาอาการเมาค้างด้วย นับว่าคุณภาพดีสมราคาจริงๆวิตามินบำรุงผิว

(รีวิว) งั้ดดั้งให้โด่ง โดยไม่ต้องศัล

ดั้งโด่งสวัสดีค่ะ ก็อย่างว่าจะมารีวิวการงัดดั้งโด่ง ที่ตัวเราเองทำจริงๆ และมีรวิธีการทำให้ดั้งโด่งโดยไม่ต้องไปศัลที่ใหน ขอแค่ขยันแค่นั้นพอ หุหุ

ดั้งโด่ง

คือ เราเป็นคนไม่มีดั้งเลยแหมบมาก ดั้งโด่ง จนเพื่อนแซวว่าหายใจทางใหน – -… คือเพื่อนๆที่ไม่มีดั้งก็คงเข้าใจกันดีเจ็บบบปวดดดด !!!… เราก็เลยลองหาตามอินเตอร์เน็ตว่าทำไงให้ดั้งโด่ง แต่ก็มีแต่พวกศัลกรรม เราเองอายุแค่ 15 (เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาตอนนี้ 17 ปี) จะไปเอาเงินที่หนายยยยย แล้วไปเจอโพสนึง เขาาสอนการนวดจมูกเราก็เข้าไปดู รีวิวเป็นขั้นเป็นตอนเลย (ตอนนี้เราหากระทู้นั้นไม่เจอแล้วเป็นพี่ผู้ชายขอโทษด้วยยย T3T) เราก็ทำตาม มาดูวิธีการทำเลยดีกว่าา

นี้คือรูปจมูกก่อนที่เราจะนวด ตอนนี้อายุประมาณ 14-15 นี้แหละมั้ง ดูดิ แหมบบบบ T3T

มองด้านหน้ายิ่งเข้าไปใหญ่ แกหายใจทางหนายยยยยย (อายแต่อยากให้เพื่อนๆเห็นความแตกต่าง ก็ยอมมม #ใครขอย้ะ 55)

เราก็เลยต้องนวดดดดดด
1. ยกดั้งปลายจมูก ใช้นิ้วโป้ง / นิ้วชี้ คลึงบริเวณสันจมูกเกือบถึงปลาย (ลองจับดูมันจะเป็นส่วนที่เป็นโพรงจมูก) ทำการคลึงสลับกับการดึงเบาๆ ย้ำว่าเบาๆ

2. นำนิ้วชี้ทั้งสองข้างนวดบริเวณสันจมูกระดับตา นวดเบาๆ ย้ำว่าเบาๆ (นี้ง่วงนอนหรือป่าว ตาจะหลับแล้ว = =//)

สลับกับใช้ นิ้วโป้ง / นิ้วชี้ นวดเบาๆ ย้ำ !! นวดเบาๆ

แค่นี้ทำทุกวัน ตอนอาบน้ำ ตอนเข้านอนก็ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน – -?
และที่ย้ำบ่อยๆว่า นวดเบาๆ ถ้าเราไปนวดรุ่นแรง บีบคั้นมันจมูกอาจช้ำได้ และอาจทำให้เส้นเลือดฝอยใดๆในจมูกแตกได้ (สยดสยอง -0-)
เราเตยนวดแรงเพราะบ้าบออยากให้มันขึ้นๆไว้ กลายเป็นว่าช้ำ และปวดไปเลย เอาเป็ว่าค่อยทำดีกว่าสำหรับคนที่จมูกบาน หรือใหญ่
เราเป็นคนจมูกใหญ่ สังเกตเลยว่า ปากกับจมูกนี้เท่ากันเลย เหมือนผู้ชายเลยยยเราใช้การเอานิ้วชี้ทาบลงปีดจมูกนวดๆ กดๆให้โดนสันจมูก ค่อยๆนวดและก็ดึงปลายจมูกเบาๆ แต่อย่าดึงเยอะ อย่าดึงบ้อยมันทำให้จมูกแหลมเลยถ้าทำไปนาน เจอมาแล้ว แหลม -3-ข้อระวัง : อย่าไปบีบตรงปลายจมูกเด็ดขาดเพราะ ยิ่งบีบยิ่งทำให้ใหญ่ ยกตัวอย่างเวลาเราไม่สบายแล้วคันจมูกเราเอามือไปขยี้ไปบีบ จมูกจะใหญ่มหากาลมาก เจอมาแล้วเช่นเคย
แค่นี้แหละที่เหลือก็ขอแค่ขยันทำบ่อยๆ เราเริ่มนวดตั้งแต่อายุ 14-15 ช่วงม.4 อะ แล้วนวดได้ประมาณเทอมนึง แล้วเปิดเทอมมาเทอม 2 เพื่อนทักเลยว่าดั้งขึ้น จากไม่มีเลย
แค่นั้นแหละผมนี่มีกำลังใจนวดต่อเลยจ้าาาาา จนตอนนี้ ม.5 จะ ม.6 ละยังนวดอยู่ ดั้งขึ้นเยอะเลยดั้งโด่ง

[ Review ] ♥ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ ลายเส้น เสมือนจริง

คิ้วสามมิติสวัสดีค่ะ หลังจากทำ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ ที่ร้าน J&J Beauty Brow มา วันนี้เลยมาเม้าส์มอย ให้ฟังกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนที่กำลังคิดจะทำคิ้ว 3 มิติอยู่นะคะ หากใครดูแล้วชอบผลงาน อยากไปทำร้านเดียวกับอั้ม เพียง Save ภาพนี้ไป เท่านั้น หากไม่แสดงภาพนี้ ไม่ได้ราคานี้นะคะ บอกเลย

คิ้วสามมิติ

ก่อนอื่น อั้มเอาภาพ ก่อนทำ และ หลังทำ คิ้วสามมิติ มาให้ดูกันก่อนเลยค่ะ อันนี้คือก่อนทำ และ หลังทำเสร็จใหม่ ๆ เลยนะคะ ที่อั้มทำนี่เรียกว่าการ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ นะคะ แตกต่างจากกัน สักคิ้ว 3 มิติ ตรงลายเส้น ค่ะ เมื่อไปถึงร้าน อย่างแรกที่ต้องทำคือ คิด คิ้วในใจ ไปด้วยว่าอยากได้ประมาณไหน สีประมาณไหน แล้วก็บอกกับช่าง ก่อนเริ่มทำการเพ้นท์คิ้ว ทางร้านจะมีรายละเอียดแบบสอบถามให้กรอก ต้องตอบตามความจริงนะคะ

เมื่อมาถึงร้านก็คุยกับช่างเจ เม้าส์มอยกันสักพัก เพื่อให้ทราบทรงคิ้วที่เราต้องการ ช่างก็ทำการเริ่มออกแบบคิ้วให้ได้แบบที่เราต้องการ หากไม่พอใจ สามารถบอกให้ช่างแก้ไขให้ได้นะคะ โจทย์ของอั้มคือ หางห้ามต่ำกว่าหัวคิ้ว และ หัวห้ามหนา ห้ามดูแข็งทื่อ เพราะอยากเอาไว้ระบายหัวคิ้วให้ฟุ้ง ๆ จะได้ดูธรรมชาติ หากหัวคิ้วแน่นแล้ว ตื่นมาสวยเลย แต่ตอนเราจะเปลี่ยนลุก อยากแต่งแบบที่เราต้องการ มันจะแก้ยาก เลยบอกช่างไปแบบนี้ สรุปช่างดีไซน์ออกมาได้ตรงที่ต้องการเป๊ะเลยค่ะ

เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว ก็ทำการวัดคิ้วสะหน่อยว่ามันเท่ากันไหม คือช่างค่อนข้างทำงานละเอียดตรงนี้เลิศมาก หากไปที่ไหนเขาทำเลย แบบไม่วาดทรงคิ้วให้เราดูก่อน อันนี้ไม่แนะนำนะคะ เพราะเราก็จะไม่รู้ว่า เป็นทรงที่เราชอบหรือป่าว พอไปแก้ทีนี้จะยากกว่าเดิมอีกค่ะ

เมื่อได้แบบคิ้วที่ต้องการแล้วขั้นตอนต่อมาก็คือการ ทายาชา โดยต้องทิ้งไว้ประมาณ 40 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ เวลาทำจะได้ไม่เจ็บมากค่ะ ซึ่งระหว่างที่รอยาชาออกฤทธิ์นี้ อั้มก็ได้สอบถามพูดคุยและเก็บข้อมูลต่าง ๆ มาฝากด้วยค่ะ

อันนี้เป็นใบมีดที่เราใช้ในการเพ้นท์คิ้ว 3 มิตินะคะ จะเหมือนเข็มหลาย ๆ แท่งรวมกันอยู่เหมือนใบมีดบาง ๆ เวลาทำลายเส้นจะสวยพริ้วมาก เวลาทำจะค่อย ๆ ทำทีละเส้น ๆ ต่างกับการ สักคิ้ว 3 มิติ เพราะการสักคิ้ว 3 มิติ จะใช้เครื่องทำ และลายเส้นจะดูตรง ๆ แข็ง ๆ เส้นจะใหญ่กว่าแบบเพ้นท์ แต่จะได้สีที่ลึกกว่า ติดทนกว่า เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ จะอยู่ได้ประมาณ 2 ปีนะคะคิ้วสามมิติ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากปรับรูปหน้าสวยที่มาสเตอร์พีซ

ฟิลเลอร์หน้าผากเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ ยิ่งใครมีหน้าผากสวยได้รูปแล้วก็ยิ่งทำให้คนๆ นั้นดูดีมีโหงวเฮ้งอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมหลายคนโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหน้าผากแบน หน้าผากเอนไปข้างหลัง ถึงต้องการมีหน้าผากที่สวยได้รูปเป็น S Line

ฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์ เป็นการแก้ไขปัญหารูปหน้าผากอีกวิธีหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม “การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก” ช่วยให้หน้าผากสวยได้รูปซึ่งการรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งแพทย์จะต้องวิเคราะห์รูปหน้าของคนไข้ก่อนเสมอเนื่องจากรูปหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกันและมีปัญหาที่แตกต่างกันคุณนินิว เน็ตไอดอลสาวประเภทสองบุคลิกฮาเป็นอีกหนึ่งคนที่มีปัญหาหน้าผากเอนไปด้านหลังซึ่งไม่มากนักแต่ก็มีผลต่อความมั่นใจของตัวเองไม่น้อยจึงตัดสินใจมาที่มาสเตอร์พีซ คลินิก เพื่อปรึกษาปัญหากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลังจากฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในช่วง 1 – 2 อาทิตย์แรก คนไข้ควรดื่มน้ำเยอะๆ สามารถประคบเย็นได้เมื่อเกิดอาการบวม ไม่ควรสัมผัสหรือนวด หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อ Filler ได้สำหรับรีวิวฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคุณนินิวสามารถติดตามได้ที่ Fan Page อย่างเป็นทางการของ Masterpiece Clinic โดยจะทำการอัพเดทภาพของคุณนินิวเป็นระยะๆฟิลเลอร์

รวมช่างสักคิ้ว 3 มิติ 6 มิติ ใน IG ที่มีลูกค้าเพียบ!!

สักคิ้ว 6 มิติ ช่วงนี้เป็นยุคทองของสาวคิ้วบาง หรือคิ้วไม่สวย เพราะเทคโนโลยีสักคิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 6 มิติ กำลังมาแรงหนักมากในบ้านเรา เรียกว่าไปทางไหนก็เห็นสาวๆ มีคิ้วสวยเป๊ะกันถ้วนหน้า แต่สำหรับใครที่อยากไปสักคิ้วแต่ยังไม่รู้จะเลือกร้านหรือช่างคนไหนดี ไปค่ะ..ลองไปดูช่างสักคิ้วที่ดังๆ ใน IG กันเลย

สักคิ้ว 6 มิติ

อ.หญิง สักคิ้ว แห่ง The Beauty Arts ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก สักคิ้ว 6 มิติ เพราะเป็นช่างสักคิ้วมือเทพคนแรกๆ ที่มีลูกค้าเยอะม๊ากกกก เรียกว่าสาวๆ ผ่านมือเธอมาแล้วแบบนับไม่ถ้วน ซึ่งนอกจากสักคิ้วแล้วยังสักปากชมพู สักอินเนอร์ขอบตา และเปิดสอนให้กับคนที่สนใจด้วยค่ะ ราคาสักคิ้วประมาณ 4,900 บาทช่างสักคิ้วอีกคนที่ฝีมือดีและผลงานโด่งดังม๊าก ขนาดที่มีคนติดตาม IG เฉียดแสนคนเข้าไปทุกที ลายเส้นสักคิ้วเน้นงานสวยเป๊ะ เป็นธรรมชาติ แถมยังใจดีเปิดสอนให้คนที่อยากเรียนสักคิ้วด้วยจ้า ใครสนใจลองสอบถามราคาสักคิ้วได้ด้วยตัวเองเลยนะคะอีกร้านที่มีช่างสักคิ้วให้เลือกหลายคน หลายสไตล์ ใครถูกใจผลงานของช่างคนไหนก็สามารถเลือกช่างที่ชอบได้เลย งานคิ้วธรรมชาติ คิ้วเกาหลี แก้คิ้ว ก็มีบริการ และยังมีโปรผ่อนได้ด้วยค่ะ ราคาลองสอบถามกับทางร้านได้เลยนะคะโด่งดังทั้งเรื่องสักคิ้วและต่อขนตา ให้บริการแบบมาตรฐานมีสาขาอยู่ในห้าง เดินทางง่าย รวมถึงจัดโปรโมชั่นลดราคากันอยู่บ่อยๆ ใครอยากลองต่อขนคิ้วอย่างมืออาชีพ ลองเข้าไปปรึกษาหรือสอบถามค่าบริการกันเองได้เลยค่ะสักคิ้ว 6 มิติ

รีวิวดูดไขมันต้นขา จากขาใหญ่มากก็เรียวขึ้นได้จ้า ทำที่ณัฐชญาคลินิกกับหมอบอส

ดูดไขมันต้นขา สวัสดีค่ะทุกคน เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะรอคอย blog นี้กันพอสมควร วันนี้อีฟจะมาเล่าเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม ดูดไขมันต้นขาของอีฟให้ได้อ่านกัน

ดูดไขมันต้นขา

คือตั้งแต่เด็กๆ เนี่ยอีฟเป็นคนที่มีขาใหญ่มาตลอด ดูดไขมันต้นขา ใหญ่ทั้งต้นขา และน่องโดนเรียกขาหมูบ้าง
ขาโต๊ะสนุ๊กบ้าง เรียกได้ว่าโดนล้อเป็นประจำ จนขาดความมั่นใจไปเลย ช่วงหลังๆมาไม่ใส่ขาสั้นเลย ใครติดตามกันก็จะเห็นเนอะว่าไม่ใส่ขาสั้นเลยยยยย แบบไขมันไปเกาะต้นขากับน่องหนามาก

อ้วนขึ้นเมื่อไหร่ สิ่งที่คับอย่างแรกคือกางเกงช่วงขา ไม่สามารถดึงขึ้นได้เลย เมื่อเทียบกับช่วงตัวบน แล้วช่วงล่างใหญ่มากจนผิดสังเกต อีฟเลยฝังใจและมีความคิดว่าอยากจะแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอดค่ะเคยให้แม่พาไปคุยกับหมอตั้งแต่เรียนมหาลัยเลยด้วยซ้ำ อยากดูดไขมัน ตั้งแต่สมัยที่ดูดไขมันด้วย vaser เพิ่งเข้ามาไทยแรกๆเลย ก็มีความคิดอยากจะทำศัลยกรรมมาตลอด อยากจะผ่าตัดตัดช่วงเนื้อที่ต้นขาออกไปเลยด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้อะเนอะ 555 ซึ่งสิ่งที่ควรจะทำการดูดไขมันตรงช่วงต้นขาออก เพื่อให้ขาของอีฟเล็กลง ก็เลยเริ่มทำการศึกษาหาข้อมูลค่ะ

อีฟหาข้อมูลพอสมควรเลยค่ะ เลยได้ไปเห็นว่าที่ ณัฐชญาคลินิก เป็นคลินิกที่เชี่ยวชาญเรื่องของการทำการดูดไขมัน เข้าไปอ่านตามกลุ่มศัลยกรรม ก็มีหลายคนแนะนำที่คลินิกนี้ อีกอย่างใกล้บ้านเดินทางสะดวก อีฟเลย ตัดสินใจเข้ามาปรึกษากับคุณหมอบอส ที่ณัฐชญาคลินิกค่ะ ซึ่งคุณหมอก็ได้ประเมินดูจากสัดส่วนแล้ว คุณหมอก็บอกตรงๆ ว่า ขาอีฟมีขนาดที่ใหญ่จริงๆ อุดมไปด้วยไขมัน 555 เป็นคนเนื้อนิ่มด้วย ขยายไปใหญ่โต
และขาอีฟที่มันใหญ่เนี่ยมี 2 ส่วนด้วยกันค่ะ คือใหญ่ด้วยไขมัน และใหญ่ด้วยกล้ามเนื้อหน้าขาที่นูน ซึ่งแบบนี้คุณหมอก็อธิบายว่า ดูดไขมันลงแล้วขาก็ไม่ได้เล็กลงเหมือนขาบาร์บี้เลย แต่จะดูดไขมันเพื่อให้สัดส่วนต้นขาดูเฟิร์ม ดูกระชับได้รูปขึ้น

ซึ่งคุณหมอยังบอกอีกว่าขาแบบอีฟดูดเป็นจุด เป็นหย่อมๆ ไม่สวยแน่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคุณหมอแนะนำให้ดูดแบบรอบขาไปเลยค่ะก็เลยตัดสินใจดูดไขมันช่วงต้นขาก่อนเพื่อดูผลว่าจะเล็กลงมั้ย ปรากฎว่าเล็กลงจริงๆ กางเกงลดไซส์ลง จาก xl , l มาเป็น m ลดลงราวๆข้างละ 1.5 -2นิ้ว เล็กลงตลอดทั้งแนวต้นขายาวลงมาถึงเข่าเลยนะคะ ดีใจมากๆ ใส่กางเกงแล้วสวยขึ้น สบายตัวขึ้นเยอะเลย และก็มั่นใจมากขึ้นเลย ทั้งนี้เมื่อเริ่มเข้าที่แล้ว อีฟก็ไม่อยู่เฉยๆนะคะ ก็ออกกำลังกายเพื่อกระชับเนื้อหนังที่หย่อนคล้อยด้วย เพื่อให้ต้นขากระชับมากยิ่งขึ้นค่ะ แนะนำว่าเมื่อเราหายเจ็บแล้วต้องออกกำลังกายกระชับต้นขาด้วยนะคะ สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ความกระชับอย่างเดียวแต่เราจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลับมาด้วยค่ะดูดไขมันต้นขา

รีวิวศัลยกรรมเสริมจมูก (ผู้หญิง) ปะทะทรงจมูกอั้ม (พัช) ปลายสโลปพุ่งเป็นหยดน้ำ

เสริมจมูกที่ไหนดี จมูกที่ปลายพุ่งทรงหยดน้ำ..มันก็จะออกมาสวยประมาณนี้อะค่ะสวัสดีนะคะทู๊กคนนนนนน น้องใหม่หัดเขียนรีวิวขอรายงานตัวครัช ชื่อ พลอยนะคะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์เสริมจมูกที่ DRK BEAUTY CLINIC ค่ะ

เสริมจมูกที่ไหนดี

เล่าก่อนเลยว่า ผู้หญิงสมัยนี้ เสริมจมูกที่ไหนดี ต้องไม่หยุดสวยถูกชิมิคะ  ถ้าไม่ถูกหวยก็ต้องเก็บตังค์ทำค่ะ  และสิ่งที่พลอยเลือกจะทำอันดับแรกเลยคือ ทำจมูกค่ะ เพราะรู้สึกว่าของเดิมที่มีมันยังไม่พอใจ พ่อแม่ช่างให้มาน้อยเหลือเกิน 55555 ในเมื่อมันไม่พอดี เราก็ต้องเพิ่มมันค่ะ เลยเลือกที่จะศัลยกรรมค่ะ เก็บเงินสักพักก็รีบเบิ่งไปที่คลินิกเลย

ก็ไม่ใช่ว่าจะแหมบอะไรหรอกนะคะ พอมีอยู่บ้าง แต่ก็นะ เราไม่พอใจในสิ่งที่มีค่ะ พูดเลย 55555 อยากสวย อยากมั่นใจ อยากดูดีขึ้นกว่านี้ ศัลยกรรมนี่แหละค่ะ ตอบโจทย์ที่สุด

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเลือกทำที่ DRK BEAUTY CLINIC ก็คือมีเพื่อนของเพื่อนคนรู้จักแนะนำมาค่ะ ว่าที่นี่ทำออกมาสวยธรรมชาติทุกคน และคุณหมอเก่งทุกคน จบเฉพาะทางกันทุกคน เราเลยไปดุรีวิวที่เพจมา สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ ดูแบบธรรมชาติไม่โด่งเวอร์ เห็นคนมารีวิวหลังทำเยอะมาก เรายังคิดเลยว่าถ้าเราได้ที่ที่นี้ และออกมาสวยจะรีวิวให้ทุกคนได้เห็น โดยที่คลินิกไม่ต้องร้องขอเลยค่ะ และแล้วในที่สุดก็ได้มานั่งเขียนรีวิวนี่แหละค่ะ 55555

สรุปแล้วก็เลยเลือกทำจมูกที่ DRK BEAUTY CLINIC ค่ะ ขอเล่าประสบการณ์วันผ่าตัดเลยแล้วกันนะคะ คุณหมอนี่น่ารักสุดๆ เลยค่ะ แนะนำดีมาก ดีไซน์จมูกให้เราแบบละเอียดมากๆ อ่า คือดูรู้เลยค่ะ ว่าคุณหมอแกมืออาชีพมากกก และแล้วก็รอเวลาผ่าตัดค่ะ จำได้ว่ารอนานเลยค่ะ เรามีนัด บ่ายสาม แต่ได้ผ่าจริงๆ บ่ายสี่กว่าๆ เกือบห้าโมงเลยค่ะ แอบเสียเวลาตรงนี้ค่ะ คือแอบรอนาน เราก็ตื่นเต้นอยากให้ถึงคิวเร็วๆ

และการผ่าตัดก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมงได้มั้งคะ ออกมาอีกทีก็เกือบ 6 โมงเลยค่ะ ฟ้าเกือบมืดแหนะ

กลับมาถึงบ้านก็ขอตัวนอนพักฟื้นเลยค่ะ เพราะเพลียมากเจอทั้งฝนตก รถติด เพลียและระบมสุดๆ แอบปวดเล็กน้อยค่ะ ตึงที่จมูกมาก รู้สึกทำอะไรไม่สะดวกเลย หายใจยังลำบาก 5555 แต่เพื่อความสวยอะเนาะ ต้องสตรองเบอร์ใหญ่เสริมจมูกที่ไหนดี