Review แก้ไขปัญหาหน้าตอบด้วยการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ดาวจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ของดาวกับการตัดสินใจไปแก้ปัญหาสิ่งที่ดาวกังวลใจมากที่สุดในตอนนี้นั่นก็คือ”หน้าตอบเกินไป”อุ่ยยย อย่าเพิ่งเมินหน้าหนี อย่าเพิ่งเบะปากนะคะ จะบอกว่าปัญหาผอมเกินไปจนหน้าตอบเนี่ยมันก็เหมือนโดนด่าว่าอ้วนแหละคะ
โดนว่ามาทีนี่ไม่ได้ดีใจเลยนะ รู้สึกทุกข์เหมือนกัน มันก็รู้สึกไม่มั่นใจเหมือนกันแหละคะ
พอมองกระจกซ้ายขวาแล้วหน้ามันดูไม่มีมิติเอาซะเลย

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ประจวบเหมาะกับได้มีโอกาสมารู้จักกับหมอเบนซ์ที่ Lively Clinic ค่ะ
หมอบอกว่าลองแวะมาปรึกษาปัญหาที่กังวลดู ฟิลเลอร์ร่องแก้ม จากตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มของบล็อกนี้นั่นเองค่ะ

หลังจากเข้าไปที่คลีนิก แว้บแรกที่เจอหมอ สบตากับหมอ ทั้งสองคน (หมอเบนซ์ด้านซ้าย หมอโค้กด้านขวา) แล้วหลังจากนั่นก็เริ่มการสนทนากัน

ดาวบอกว่าดาวกังวลเรื่องหน้าตอบ ปัญหาใต้ตาค่ะ (จำปัญหา 2 อย่างเหล่านี้ไว้ให้ดีๆนะคะ)
หลังจากดาวพูดจบ หมอทั้งสองก็พรั่งพรูออกมาทันทีว่าดาวต้องฉีดฟิลเลอร์ค่ะ!

หมอแจ้งว่าหน้าดาวแบนไปจริงๆ ต้องฉีดให้มันดูมีเนื้อมีหนังบ้าง
ตอนนั้นเราก็นั่งฟังหมออย่างตั้งใจค่ะ รู้สึกว่าทำไมหมอพูดแทงใจดำจัง
แต่แว้บกลับมาคิดอีกที เอ้า หมอพูดถูกเป๊ะๆ เกี่ยวกัยปัญหาของเรา
ณ จุดนั้นมองมุมกลับอีกทีว่าหมอเก่งที่มองหน้าปุ๊บรู้เลยว่าต้องแก้อะไร ด้วยวิธีไหนบ้าง

ตอนแรกดาวนึกว่าจะต้องฉีดแก้มเป็นลูกส้ม แต่พอคุยกันแล้ว หมอเค้าก็จะมีเทคนิคของหมอคะ
หมอเค้าพิจารณาว่าต้องฉีดแก้มบริเวณข้างจมูกค่ะ ซึ่งอย่างที่บอกว่าฟังอย่างตั้งอกตั้งใจมาก และก็คิดเดี๋ยวนั้นตอนนั้นทันทีเลยว่า….เอาเลยวะ ฉีดก็ฉีดวันนั้นเลย

ส่วนตัวก็เคยฉีดโบท็อกฟิลเลอร์มาบ้าง แต่ไม่ค่อยเสพติดเท่าไหร่ คือฉีดแล้วหายก็หาย หมดก็หมด ไม่ไปเติม เพราะอันดับแรกคือค่อนข้างกลัวเจ็บและกลัวหน้าจะเน่าอย่างที่เป็นข่าวกัน
เพราะฉนั้น ถ้าดาวจะฉีดจะต้องมั่นใจมากกกกกกๆๆๆ ว่าจะเอาหน้าเราไปเสี่ยง และต้องมั่นใจว่าหมอจะทำสวยด้วยนะ (เช็คฝีมือหมอก่อนไปทำด้วยก็ดี)

อันดับสองคือชอบหน้าตัวเองแบบนี้อยู่แล้ว ไม่อยากให้มันเปลี่ยนแปลงอะไรมาก
ถ้าจะทำก็คือไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงอะไรไปเยอะ แค่ทำให้มันไม่แย่ไปกว่าเดิมเป็นพอ
อันนี้เป็นความคิดเห็นความชอบส่วนตัวของดาว ณ​ ปัจจุบันนะคะ

จริงๆดาวเคยฉีดเมื่อ 2 ปีที่แล้วเพราะว่าไปเป็น subject ให้กับหมอสิงค์โปรคนนึง ซึ่งเป็นอาจารย์หมอที่มือโปร เราเลยมั่นใจมากถึงมากที่สุด ซึ่งในครั้งนี้ที่ตัดสินใจฉีดกับหมอก็เพราะว่าดาวค่อนข้างหาข้อมูลแล้วก็มั่นใจในระดับนึงเลยทีเดียวค่ะถึงตัดสินใจได้รวดเร็วขนาดนี้

และอีกอย่างที่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นคือ หมอคุยสนุกและคุยเคลียร์ดีค่ะ ถามอะไรก็ตอบแบบตรงไปตรงมา
อารมณ์เหมือนเพื่อนมานั่งคุยกันว่าชั้นจะทำยังไงให้หน้าชั้นดีขึ้นๆ แล้วก็ช่วยจัดการลงมือให้ด้วยเลยจริงๆ

อ๊ากกกก คุยกันไปมาเวลาผ่านไปจนถึงจุดที่เราเดินมานั่งบนเตียงละ
ขั้นตอนแรกก่อนจะฉีดก็ทายาชาทิ้งไว้ที่บริเวณที่จะฉีดก่อน 30 นาทีค่ะ ดาวทาตรงช่วงแก้มเกือบทั้งหน้าอะ หน้าชาไปหมดเลย 5555 แล้วก็ถึงเวลาลงมือขึ้นเขียงค่ะ

ขอบอกเลยว่าก่อนจะทำใจแข็งมาก จะฉีดก็ฉีดมาเลยไรงี้ ไม่กลัวหรอก
แต่พอเข็มแทงเข้าไป ใจก็สั่นอยู่ไม่น้อย 5555 ตอนนั้นเหมือนคำว่าป๊อดมากระแทกหน้าเต็มๆ (ก็ใช่แหละ) แต่มันก็ไม่ได้เจ็บมากมายอะไรขนาดนั้น เจ็บก็จริง แต่อยู่ในระดับที่พอรับได้ ไม่ได้เจ็บแบบเว่อร์วังอะไรขนาดนั้นค่ะ ไม่ต้องกังวลมากมาย
หมอก็จะบอกตลอดๆ ว่าทำอะไรอยู่ ฉีดเสร็จข้างนึงก็หยิบกระจกให้เรามาเทียบดูความแตกต่างกันเลย

ต้องบอกว่าสำหรับชีวิตดาว แตกต่างมากกกก ระหว่างก่อนกับหลัง
เรามาดูกันดีกว่า แทแด๊….

ดาวฉีดของ Juvederm ทั้งหมด 2 CC. ข้างละ 1 CC เลยค่ะ
สนนราคา CC ละ 17,900 บาท สำหรับโปรโมชั่นคือ 2 CC 35,000 บาท
แต่อันนี้ต้องบอกว่าไปอ้อนมาได้ส่วนลดเพิ่มอีกนิดหน่อย 555

สำหรับ AFTER มุมตรง จะเห็นเลยว่าหน้าอิ่มขึ้นมากกกกกกก
นอกจากจะดูมีแก้มเพิ่มขึ้นแล้วถ้าดูดีๆ รอยใต้ตาที่เป็นปัญหาที่ดาวกังวลก็จางลงไปด้วย
แค่นั้นไม่พอ ปัญหาเรื่องร่องแก้มที่เวลายิ้มแล้วรองพื้นตกร่องมันหายไปด้วย
แถมให้อีกอย่างคือออ พอมีแก้มมันก็ดึงมุมปากให้ไม่ตก

โฮ้ววววววววววว จอรช์​ ไม่น่าเชื่อว่าการมีแก้มแล้วชีวิตมันดีอย่างนี้นี่เองอ่า
ฉีดแค่ตรงที่เดียวแต่แก้ปัญหาให้ดาวได้เยอะมาก
น้ำตาจะไหล ทราบซึ้งใจในฝีมือหมอ คือต้องขอชมหมอเลยนะคะว่าดูถูกจุดจริงๆ
นี่คือประทับใจมากกกกกก ถึงมากที่สุด
ณ จุดนั้นอารมณ์เหมือนเราโมหน้ามาใหม่เลยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนหมอมีอภินิหารอะ
รักหมอมาก ณ จุดนี้ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *