ไขมันในเปลือกตา ทำให้หนังตาตก ดูแก่กว่าวัย แก้ไขได้

แก้หนังตาตก การทำตาสองชั้น มีทั้งการผ่าตัดในคนหนุ่มสาวที่มีตาชั้นเดียวมาแต่กำเนิด กับการผ่าตัดในคนมีอายุที่เกิดจากการตกของชั้นตา
การทำตาสองชั้นแก้หนังตาตกในคนมีอายุนั้น จะต้องตัดผิวหนังส่วนเกิน กล้ามเนื้อส่วนเกิน และไขมันในเปลือกตาที่ห้อยย้อยออกมาพร้อมกับที่หนังตาตก ดังนั้นการผ่าตัดจึงต้องมีแผลยาวตามความยาวเนื้อส่วนเกินที่ต้องตัดออก

แก้หนังตาตก

ตาเป็นส่วนสำคัญในการดูวาสนา สำคัญเกินครึ่งของทั้งหมด แก้หนังตาตก ตาแสดงพลังชีวิต ของคนๆนั้น จิตใจของคนผู้นั่น ฉลาด โง่ ใจดี ใจร้าย และสุขภาพดูได้จากตา
สิ่งสำคัญคือ ความใสของลูกตา ความเป็นสัดส่วนระหว่างตาขาวตาดำ คำขาวตัดกัน แบบเห็นชัด รูปทรงเป็นส่วนประกอบ แต่ดูตาต้องประกอบกับ ” คิ้ว ตาโต คิ้วต้องหนา ตาเล็กคิ้วต้องบาง ” ตาอัปลักษณ์ คู่กับคิ้วอัปลักษณ์ ตาสวยคู่กับคิ้วสวบ ได้สัดส่วนไม่ข่มกัน ความยาวของดวงตาเทียบกับปาก ระยะห่างของดวงตากับจมูก ความสำคัญของโหงวเฮ้ง คือความสมดุล สิ่งนี้ไม่ใช่ คุณจะดูง่ายๆครับ เพราะขนาดซินแสโหงวเฮ้ง กว่าจะมาเป็นได้ ต้องดูใบหน้ามาเป็นหมื่นๆกว่าจะเก่ง
ต้องใช้เวลาเป็นสิบปี ต้องมีคนสอนใกล้ชิด เพราะมีเคล็ด และหลัก ที่ตำราดาษๆไม่ได้เขียนไว้เยอะ และอย่างจะบอกไว้ว่าการทำตากับจมูกนี้ เสี่ยงมาก ตำหนิใดๆที่เกิด บนใบหน้าฝ่ามือ ไม่ว่าจากกำเนิดหรือเหตุอื่นมีผลทั้งนั้น เอาหละพอรู้ดังนี้แล้ว เราต้องรีบแก้ไขเพื่อเสริมจุดเด่น แก้จุดบกพร่องกัน สำหรับสาวๆที่มี ตาปรือ หนังตาตก มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะมาบอกแล้วกับอาการตา ปรือหนังตาตก กลับวิธีแก้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด อาการเหล่านี้คือตัวอย่างของตาที่มีความสัมพันธ์กับโหงวเฮ้งที่สามารถประเมินจากภายนอกว่าคนคนนั้นมีลักษณะอย่างไรซึ่งเราสามารถแก้ได้โดยการรักสาหรือแต่งหน้าเสริมให้ดวงตามีความสมดุลย์รับกับสัดส่วนของใบหน้าให้มากขึ้นและสามารถฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้คิ้วเพื่อยกคิ้วหรือฉีดโบทอกเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณหางตาเพื่อแก้ไข ดวงตาหรือหางตาตกโดยแบบไม่ต้องผ่าตัดค่ะแก้หนังตาตก

Fat Grafting แปลงโฉมไขมันร้ายให้กลายเป็นดี

ฉีดไขมัน Fat Grafting เป็นการย้ายตำแหน่งไขมันจากบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าท้อง ต้นขา มาเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องบนใบหน้า เช่น ขมับ รอยเว้าใต้โหนกคิ้ว รอยหวำใต้ตา ร่องข้างจมูก ใต้โหนกแก้ม เนื่องจากไขมันบางส่วนที่หายไป ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบดวงตาลดลง เนื่องจากพังผืดที่ยึดบริเวณรอบดวงตา

ฉีดไขมัน

มีการหย่อนทำให้เกิดร่องลึกลงไปเรื่อยๆ ในอดีต   ฉีดไขมัน  ปัญหาของการทำ Fat Grafting คือการดูดไขมันออกมาแล้วฉีดกลับเข้าไปในทันที ทำให้ฉีดแล้วไขมันหายไปหมด หรือผิวไม่เรียบ เนื่องจากไขมันเป็นเม็ดใหญ่ จึงได้มีการพัฒนากรรมวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว นั่นคือ การนำไขมันมาผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อแยกส่วนผสมของไขมันที่ดูดออกมาจากกัน โดยผ่านกระบวนการทางเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้ได้ไขมันที่มีชีวิตและคุณภาพสูง เป็นการทำให้ไขมันมีชีวิตรอดมากขึ้น หลังจากฉีดเทคนิคในการเตรียมความพร้อมของไขมัน องค์ประกอบด้านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงเทคนิคการฉีดที่ทำเป็นจุดและกราฟเล็กๆ ไม่ใส่ไขมันเป็นกระจุกใหญ่ เหล่านี้ล้วนทำให้ไขมันคงอยู่ได้มาก และทำให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีขึ้น

บริเวณใดที่เหมาะกับการเติมเต็มด้วยไขมัน?

ตำแหน่งที่ทำการฉีดไขมันบริเวณใบหน้า คือ ตำแหน่งที่ยุบตัวเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งอาจเป็นขมับ รอยหวำใต้โหนกคิ้ว รอยเว้าใต้ตา ร่องข้างจมูก ใต้โหนกแก้ม เป็นต้น เพื่อเติมเต็มผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก แก้ปัญหาแก้มตอบ ตาเป็นเบ้าลึก ฯลฯ ซึ่งถ้าตำแหน่งบนใบหน้าเป็นบริเวณที่ไม่ขยับมาก ไขมันก็จะอยู่ตัวดี แต่ในตำแหน่งที่มีการขยับมาก ก็จะมีการสลายของไขมันมากตามไปด้วย

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

คนไข้ต้องมีเวลาเตรียมตัวสำหรับพักฟื้นในช่วง 1-3 สัปดาห์หลังทำ ควรงดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง และยาต้านเกร็ดเลือดทุกชนิด ไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการใช้ไขมันเติมเต็มบริเวณใบหน้า

เริ่มจากการดูดไขมัน โดยมากใช้ขั้นตอนการดูดไขมันแบบปกติจากหน้าท้องหรือต้นขา แล้วนำมาเตรียมในภาวะปลอดเชื้อ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ต้องระวังไม่ให้ไขมันสัมผัสกับอากาศโดยตรง เป็นระยะเวลานาน โดยการเตรียมจะคัดเอาเลือดหรือน้ำที่ปนมากับไขมันออกให้เหลือเฉพาะเซลล์ไขมัน อาจมีการเติมส่วนประกอบของเลือด (PRP) หรือเซลล์ต้นกำเนิด (Regenerative Cells) ที่คัดมาจากไขมันของผู้ป่วยเองมาผสม เพื่อเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของไขมันที่ฉีด

จากนั้น นำมาฉีดเข้าในตำแหน่งที่ได้กำหนดไว้ ขั้นตอนการฉีดสามารถทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ได้ หากต้องการไขมันปริมาณไม่มาก แต่หากมีความต้องการปริมาณมาก หรือทำการดูดไขมันเพื่อลดสัดส่วนด้วย ก็อาจทำภายใต้การดมยาสลบฉีดไขมัน

รีวิวแก้จมูก ปลายบาง จมูกใหม่สวยแบบมั่นใจขึ้นเป็นกอง

รีวิวแก้จมูก ทักทายค๊าเพื่อนๆ วันนี้เฟิร์นมีรีวิวแก้จมูกของตัวเองมาให้เพื่อนๆ ศึกษาดูนะคะ มันน่าจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนที่ทำจมูกเนอะ คือทำมาแล้วไม่สวยหรือว่าจมูกมีปัญหา เราจะไปแก้ที่เดิม หรือว่าที่ใหม่ดี สับสันไปหมด!! ส่วนของตัวเฟิร์นเอง จมูกเก่า ปลายบางค่ะ แถมไม่สวยด้วย จมูกดูตรง แข็งทื่อเป็นผู้ชายเลยค่ะ

รีวิวแก้จมูก

เฟิร์นเลยคิดว่าแก้ดีกว่า เพราะส่องกระจกทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดทุกที  รีวิวแก้จมูก เฟิร์นศึกษาเยอะมากๆ ค่ะ ดูตามกลุ่มและบอร์ดศัลยกรรม แต่ยิ่งดูเราก็ยิ่งสบสัน เพราะมีคลินิกเยอะแยะเต็มไปหมด จนวันนึงเฟิร์นเล่นไอจีค่ะ ก็เห็นโฆษณาของคลินิก เลยมาเสิร์ซหาทางเฟซบุ๊ค แล้วศึกษาดูเรื่อยๆ เฟิร์นหารีวิวหนักมากเพราะอยากแก้แค่ทีเดียว และได้มาเจอรีวิวถูกใจของที่นี่ ทรงสวย แล้วคือมีไอเฟลทิปกันทะลุด้วยโดยไม่ต้องเอาหลังหูมาใส่ ไม่อยากเจ็บหลายที่ค่ะวันผ่าตัดก็ตื่นเต้นมากไม่ได้กลัวเจ็บอะไรนะคะ แต่กลัวทรงตอนทำเสร็จ ว่าจะออกมาแล้วเราจะชอบมั้ย ก็นอนรอคุณหมอสักพัก ตอนทำก็รู้สึกตลอด แต่หมอใส่ใจมากค่ะ รู้สึกได้เลยค่ะ พยาบาลทุกคนก็น่ารัก ใส่ใจดีค่ะ พอผ่าตัดเสร็จพยาบาลก็ใส่เฝือกอ่อนให้ แล้วพามาทานยาพร้อมกับอธิบายการทำแผลทุกขั้นตอนผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
หลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ก็มีปวดนิดหน่อย อาจจะเพราะงานแก้มั้งคะ เฟิร์นก็กินยาตรงตามที่คุณหมอและพี่พยาบาลแนะนำเลยค่ะ โดฟน้ำมะพร้าวอย่างหนักหน่วง นอนหมอนสูงๆ แถมยังซื้อใบบัวบกแบบแคปซูลมากินสริมไปด้วยค่ะ แฮะๆ ช่วงที่ครบอาทิตย์แล้วมันก็ค่อนข้างที่จะหายบวมแล้วนะ ไวมากๆปัจจุบันนี้ จมูกครบ 3 เดือนแล้วค่ะ ยังไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ ชอบมากๆ ทรงก็สวยตามที่อยากได้ จมูกสวยทำให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น ใครๆ ก็ชมว่าดูดีขึ้นค่ะ ><’ อ้อออ !! ลืมบอกไปเลยค่ะ เฟิร์นทำที่ amed clinic นะคะ เฟิร์นประทับใจมากสำหรับการทำจมูกครั้งนี้ ทั้งทรงที่สวยถูกใจและการดูแลที่ดีจากคุณหมอและพี่พยาบาล เฟิร์นให้สามผ่านค่ะ 5555555555รีวิวแก้จมูก

คนไทยอยากศัลยกรรม…มีเฮ! โรงพยาบาลไอดี จากเกาหลี เปิดตัว ศูนย์ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์ ในเมืองไทย อย่างเป็นทางการ

ศัลยกรรมไอดี เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศไทย สำหรับศูนย์ให้คำปรึกษาด้านศัลยกรรมความงามจากประเทศเกาหลี “ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์” ย่านพร้อมพงษ์ (หลังห้างสรรพสินค้าดิเอ็มโพเรียม) โดย “โรงพยาบาลไอดี (ID Hospital)” โรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับต้นๆ ของประเทศเกาหลี ที่คนไทย และคนในเอเชียให้ความมั่นใจมากที่สุด ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านศัลยกรรม

ศัลยกรรมไอดี

ที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องของความปลอดภัย เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ศัลยกรรมไอดี และเป็นโรงพยาบาลแรก ที่ริเริ่มการผ่าตัดกระดูกโครงหน้า จน ณ ปัจจุบันนี้ กลายมาเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการศัลยกรรม ซึ่งทางโรงพยาบาลไอดี ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในเอเชีย ที่ทำศัลยกรรมใบหน้า ได้ออกมาเป๊ะที่สุดซึ่งงานนี้การันตีความสวย ความหล่อ ความเป๊ะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ผู้อำนวยการ และเจ้าของโรงพยาบาลไอดีอย่าง “ศาสตราจราย์ ดร.ปาร์คซังฮุน” ที่บินตรงจากประเทศเกาหลี เพื่อมาให้คำปรึกษากับผู้ที่อยากทำศัลยกรรม โดยภายในงานเปิดตัว ศูนย์ไอดีบิวตี้เซ็นเตอร์ ยังมีศิลปิน ดารา นักแสดง เน็ตไอดอล และพริตตี้ชื่อดัง ที่เคยเดินทางไปทำศัลยกรรม กับโรงพยาบาลไอดี อาทิ อุ้ม อาร์สยาม, ฟลุ๊ค กะล่อน, มั้น ธนกร, ปั้นชา, เซญ่า กะทะร้อน, นุ๊กไอดอ, เจม ภัชพร และ นุ่มนิ่ม อรุโณทัย มาร่วมแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมี ก้อยโก๊ะ บิวตี้บล็อกเกอร์สายแบ๊ว, ไอซ์ ปัณฐวิชญ์ และ เกด ธัญญ์ฐิตา จากทีม LET ME ID และที่ฮือฮาไปทั้งประเทศคือเหล่าสาวๆ ที่ถูกโรงพยาบาลไอดีพลิกชีวิต ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมแปลงโฉมในรายการ เลทมีอิน ไทยแลนด์ (LET ME IN THAILAND) อย่าง ฝ้าย ปารเมศ และ ต้นว่าน รพีพัฒน์ มาร่วมพูดคุย และให้คำปรึกษากับผู้ที่อยากทำศัลยกรรม กับทางโรงพยาบาลไอดีศัลยกรรมไอดี

รีวิวศัลยกรรมพริตตี้ตัวท็อป ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 10 ชั่วโมง! จนหน้าเปลี่ยนไปแบบนี้! คุ้มหรือไม่คุ้มมาดู

ศัลยกรรมจิวเวลรี่ ก่อนปล่อยตัววีดีโอตัวเต็มที่ถ่ายทำที่เกาหลี เรามาดูภาพนิ่งและวีดีโอของน้องภา ภาวิณี เน็ทไอดอลที่ใครๆหลายคนรู้จักมักจี่กันดี
มาท่องไดอารี่ก่อนศัลยกรรมและรัวยาวจนถึงปัจจุบันเลย ว่าเธอเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ขนาดไหน
รีวิวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน !!! จ้า

ศัลยกรรมจิวเวลรี่

เกิดเป็นหญิงยากแท้แสนลำบากกันนะคะทุกท่าน ดังคำกล่าวที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” และยังมีคำอื่นๆที่เจ็บปวดได้อีกมากกว่านั้นว่า “เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ซึ่งไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคำต่อท้ายให้ด้วยที่ว่า ศัลยกรรมจิวเวลรี่ “ถ้าไม่สวยก็หยุดเถอะคร่า” โอ้ววววววววววว!!! มันก็ดูเป็นการทำร้ายจิตใจกันมากเกินไปนะคะ จะยอมกันได้อย่างไร ไม่ได้ชะมะ ใช่สิ…อิอิ ไม่ได้หรอกค่ะ เปลี่ยนเป็น ฮันนะซังรวมพลังจัมโบ้ว่า “ถ้ายังไม่ตาย ฉันก็ไม่ยอมมมม..ที่จะหยุดสวยดีกว่า”

ใครจะไปยอมกันได้ละคะ เกิร์ลพาวเวอร์อย่างเรา แน่นอนว่า คนเราเกิดมามีไม่เท่ากัน อยู่แล้ว “ตูด นม เดือย (อั้ยยยยยยยย)” หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณพ่อคุณแม่ให้มามากน้อยไม่เท่ากัน คนเบื้องบนก็อาจจะให้มาตามมีตามเกิดกันไป บางคนก้นแฟ่บ(ตูดฟีบ) เอวกิ่ว สะโพกเล็ก ดั้งแหมบ หรือที่เจ็บที่สุดของฝ่ายหญิงอย่างเราก็คือ “หน้าอกเล็ก” เหอะๆๆๆ ซึ่งยอมไม่ได้ยิ่งกว่า “อกหัก” อีกนะคะ แฟนใหม่ไม่ตายก็หาไม่ได้ แต่ นมใหญ่ตายกี่ชาติก็ยังขาดๆเกินๆกันอยู่ หุหุ..

เพราะฉะนั้น ฉันจึงทระนง สวมวิญญาณบุญรอด กันไปเลยค่ะคุณขา มือขวาปาดน้ำตา และสองเท้าก้าวเดินไปหาคุณหมอดีๆ เพื่อทำ “ศัลยกรรมนำพาชีวิตที่ดีงามและเลอค่ากันดีกว่าค่ะ” ใครจะว่าสิ้นเปลือง ใครจะว่าหน้าปลอม หรือเห็นเราเป็นแค่ดอกไม้พลาสติก ไม่ต้องแคร์ลลลลลลล เดินหน้าเชิด สองขาพอยท์ ยิ้มอ่อนให้ และเบะปากใส่แรงๆไปหนึ่งที พร้อมกับยึดมั่นในคติอันดีและคิดบวกเข้าไว้ค่ะว่า “ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้” ว่าแล้วก็อยากชวนทุกท่านมาชมประวัติของผู้เขียนกันสักนิด เพื่อเป็นการน้อมนำทำความรู้จักกันเล็กๆน้อยๆค่ะศัลยกรรมจิวเวลรี่

บินไกลไปศัลยกรรมที่เกาหลี คือดีจนอยากบอกต่อ!

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี สวัสดีค่ะ เราชื่อปุ๋มนะคะ วันนี้เราอยากมาแชร์ประสบการณ์ศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเราไม่เคยทำศัลยกรรมใดๆ บนใบหน้ามาก่อน ถือว่าเป็นมือใหม่หัดศัลยกรรมมากๆ สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดจะทำ เพราะค่อนข้างเป็นคนขี้กลัวค่ะ กลัวเจ็บ กลัวไม่สวย กลัวทำรอบเดียวไม่จบ กลัวสารพัดเลย พอยิ่งศึกษาก็ยิ่งเห็นเคสหลุดเคสแก้เยอะก็เลยเก็บแพลนทำศัลยกรรมไว้ก่อน

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

แต่ช่วงระยะหลังๆ นี้กระแสการศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีมาแรงมากๆ  โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี  บวกกับมีเพื่อนหลายๆ คนไปทำมาละเริ่ดมากๆ สวยแบ้วกลับมากันเป็นแถว เราเลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู ไหนๆ จะทำทั้งทีขอทำเกาหลีไปเลยเนอะ

ก็เลยถามเพื่อนค่ะว่าทำที่โรงพยาบาลไหน ราคาเท่าไหร่ พักฟื้นนานไหม บลาๆๆๆ ถามละเอียดยิบเลยค่ะ ละก็จัดการจองคิวปรึกษาและผ่าตัดกับทางโรงพยาบาลที่เกาหลี และจองตั๋วเครื่องบินทันที ด้วยความที่อยากรีบสวยแล้วว

นี่คือหน้าเดิมเราก่อนไปทำค่ะ >< เมื่อก่อนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ค่ะ รู้สึกว่าหน้าเรายังขาดๆ รูปหน้ายังไม่เป๊ะ เวลาถ่ายรูปต้องเอาผมปิดตลอดเลยยย T^T

จุดที่เราไม่พอใจบนหน้าเราก็จะมี…..

1.จมูกค่ะ เป็นคนมีดั้งอยู่แล้วนะคะ มีมากไปด้วยค่ะ จมูกดูใหญ่และฐานจมูกดูกว้าง มีเนื้อเยอะเหมือนจมูกผู้ชายค่ะ

2.ตาที่เริ่มจะตกค่ะ พออายุเริ่มมากขึ้นหนังตาก็เริ่มตกมาปิดชั้นตา ทำให้ดูตาเล็ก และรู้สึกว่าเห็นตาสองชั้นไม่ชัดเหมือนแต่ก่อน ดูหน้าแก่ ตาไม่แบ้วดูตาดุมากๆ

3. เป็นคนคางสั้นค่ะ และคางดูตัด อยากให้มันเล็กเรียวเป็นทรง V line สไตล์เกาหลีบ้าง

4. ใบหน้าตอบค่ะ เป็นคนเนื้อบนหน้าน้อย ทำให้ดูซูบ โทรม แก้มตอบ ละก็ดูหน้าไม่มีมิติ แบนๆ ป้านๆ

พอไปถึงโรงพยาบาลที่เกาหลี เราก็ต้องไปคุยกับที่ปรึกษาของโรงพยาบาลก่อนค่ะ ซึ่งที่ปรึกษาสวยมากกกกก พนักงานก็สวยทุกคน คือสวยเป๊ะ น่ารักมาก ตา จมูก หน้าเรียวผิวเงาวาว เห็นละคือมองละเคลิ้มเลยอะค่ะ ก็รู้นะคะว่าทำมา แต่ทำมาดีจริงๆค่ะ ดูไม่ปลอมไม่แข็งเลย ยิ่งเห็นงี้ยิ่งอยากทำค่ะ >.<

ทางที่ปรึกษาก็วิเคราะห์หน้าเราค่ะ ละก็แนะนำให้เราทำทั้งหมดดังนี้ค่าา

1. ทำตา แบบจัดเต็ม ครบทั้งลิสต์ที่มี คือ กรีดตา 2 ชั้น เปิดหัวตา เปิดหางตา กดหางตาลงเพื่อทำให้ตาดูเป็นตาสระอิ แก้ไขรอยคล้ำใต้ตา และทำดอลลี่อายส์เพิ่มความแบ๊ววว

2. ทำจมูก ด้วยการใส่ซิลิโคลนและกระดูกอ่อนหลังหู แล้วก็เหลากระดูกตรงฐานจมูกให้เล็กเรียว

3. ฉีดไขมันทั่วหน้า หรือที่เรียกว่า Fat grafting คุณหมอจะนำไขมันของเราเองมาฉีดทั่วหน้า ที่หน้าผาก ร่องแก้ม ริ้วรอยต่างๆ ทำให้หน้าดูอิ่ม และดูมีมิติมากขึ้น

4. ทำคางด้วยการฉีดไขมันตัวเองซึ่งปลอดภัยมากกว่าการฉีดสารชนิดอื่น ซึ่งไขมันของเราจะสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

รวมราคาออกมาก็………….!!!! สู้ไหวค่ะ!!!! เอาน่า เพื่อความสวยถือว่าสมเหตุสมผล สำหรับเกาหลีงานดีมีคุณภาพ!!! หลังจ่ายเงินเสร็จก็นัดวันผ่าตัดเป็นวันมะรืนเลยค่ะ โรงพยาบาลของที่นี่ขึ้นชื่อว่าคุณหมอเก่งเป็นอันดับต้นๆของเกาหลีเลย และจะมีหมอใหญ่ๆ หลายท่านค่ะ ซึ่งแต่ละท่านจะชำนาญกันคนละส่วนค่ะ จึงไว้ใจได้ว่าคุณหมอที่จะมาทำให้เรานั้นชำนาญเฉพาะทางจริงๆ ค่ะโรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

อยากหน้าเรียวต้องรู้! ศัลยกรรมโครงหน้ายังไงให้ปลอดภัย ไม่เสียโฉม!

อยากหน้าเรียว ศัลยกรรมขากรรไกรและ ศัลยกรรมโครงหน้า นั้นเป็นศัลยกรรมที่ทุกคนทราบกันดีว่าจะช่วยในการลดขนาดของใบหน้าให้เล็กลง ด้วยการปรับกรามที่ไม่สบกันให้เข้าที่ เหลาใบหน้าที่เหลี่ยมให้เรียบเรียว ด้วยเหตุนี้ทำให้มีคนตัดสินใจที่จะทำศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้ากันมากขึ้น แต่น้อยคนที่จะทราบถึงเป้าหมายของการทำศัลยกรรมทั้งสองแบบอย่างชัดเจน

อยากหน้าเรียว

ล่าสุดโรงพยาบาลไอดี ได้จัดงานประชุมสัมมนาวิชาการทางการแพทย์ อยากหน้าเรียว โดยมีนายแพทย์ซังฮุน ปาร์ค ผู้อำนวยการ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม โรงพยาบาลไอดี จากประเทศเกาหลี และแพทย์หญิงมินโจ คิม หัวหน้าทีมแพทย์ ไอดี เดอร์มาโทโลจี ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมใบหน้า และเทคนิคการดูแลปัญหาผิว เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องรูปทรงของใบหน้าที่ตรงจุดนายแพทย์ซังฮุน ปาร์ค ผู้อำนวยการและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม โรงพยาบาลไอดี กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้หญิงให้ความสำคัญกับรูปร่างและหน้าตามากขึ้น การศัลยกรรมจึงเป็นเรื่องที่เปิดรับมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมปรับโครงหน้าซึ่งเป็นที่นิยมมาก นอกจากที่เป็นการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามแล้ว ยังเป็นการแก้ไขปัญหาทางด้านสมรรถภาพการใช้งานในเวลาเดียวกัน โดยการศัลยกรรมขากรรไกรจะเป็นการศัลยกรรมเพื่อขยับ ขากรรไกรบนและขากรรไกรล่างที่ใช้ในการขบเคี้ยว เพื่อแก้ไขปัญหาคางยื่น ฟันไม่สบกัน และปากยื่น ที่ทำให้มีผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทานอาหาร บุคลิกภาพ และความมั่นใจ ซึ่งการจะทำศัลยกรรมขากรรไกร ต้องคำนึงลักษณะของใบหน้าของคนไข้ด้วย โดยทางการแพทย์จะแบ่งวิธีการศัลยกรรมออกตามลักษณะอาการ ได้แก่ คางยื่น ,ใบหน้าไม่สมมาตร และหน้ายาว

ส่วนการศัลยกรรมโครงหน้า คือ การศัลยกรรมปรับกระดูกโครงหน้าให้ได้ทรงตามที่ต้องการ เช่น ศัลยกรรมวีไลน์, ศัลยกรรมโหนกแก้ม และศัลยกรรมลดขนาดหน้าผาก เป็นต้น ไม่ว่าคนจะมีปัญหากรามใหญ่ โหนกแก้มสูง คางสั้น คางยาว คางตัด คางป้าน ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดโครงหน้า กล่าวคือการตัดสินใจเลือกศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้านั้น หลักเกณฑ์สำคัญที่สุดก็คือ การสบกันของฟันและเหลี่ยมคาง หรือใบหน้าที่ไม่สมมาตร หากมีปัญหาเรื่องฟันที่ไม่สบกัน จะเหมาะกับศัลยกรรมขากรรไกร แต่หากไม่มีปัญหาการสบกันของฟัน หรืออยากแก้ไขรูปร่างของกระดูก การศัลยกรรมโครงหน้าจึงจะเหมาะสม แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เสมอ เพราะการศัลยกรรมต้องอาศัยเครื่องมือตรวจที่ทันสมัย เพื่อแยกโครงสร้างของใบหน้าอย่างละเอียด และต้องอาศัยความร่วมมือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แผนกศัลยกรรมตกแต่ง, แผนกทันตกรรม และแผนกศัลยกรรมช่องปาก เพื่อการแก้ไขปัญหาทั้งด้านสมรรถภาพการใช้งาน และรักษาระดับความพอใจในการศัลยกรรมได้ในเวลาเดียวกัน”

กล่าวต่อว่า “ความนิยมในการเข้ากรับการผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกร และปรับโครงหน้าของคนไข้ชาวเอเชียมีค่อยข้างสูง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจของเอเชียกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และวัฒนธรรมเกาหลีที่มีชื่อเสียงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวเอเชียจำนวนมากต่างสนใจที่จะมีคุณภาพชีวิตและความสวยงามของตนเองมากกว่าที่เคยเป็นมา บวกกับมาตรฐานของโรงพยาบาลและทีมแพทย์ที่ทำให้ทุกคนมั่นใจ โดยผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างต่ำ 8 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่ควรแต่งหน้า และทาสีเล็บ ทั้งเล็บมือและเล็บเท้าเข้าห้องผ่าตัด เพื่อความสะอาด นอกจากนั้นควรต้องแจ้งประวัติส่วนตัวให้ละเอียด อาทิ เรื่องการ ทันตกรรมรากฟันเทียม และการเคลือบฟันด้วยวัสดุทำให้ฟันขาว รวมถึงการรับประทานยาต่างๆ รวมถึงการแจ้งช่วงมีประจำเดือนล่วงหน้าแก่แพทย์ เพื่อการดูแลอย่างปลอดภัยที่สุด

สำหรับการดูแลตัวเองเบี้องต้นหลังการผ่าตัด ก็จะมีวิธีการที่แตกต่างกันเล็กน้อย ระหว่างการผ่าตัดขากรรไกรและการผ่าตัดศัลยกรรมโครงหน้า แต่ข้อควรระวังที่คนไข้ควรทราบและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการงดรับประทานอาหารที่มีความแข็ง เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต่อชิ้นส่วนที่ทำการผ่าตัด หรือการใส่สายรัดบนใบหน้าตามกำหนดเวลา เพื่อให้ฟื้นฟูโครงหน้าให้กลับสู่สภาพปกติ และควรล้างแบคทีเรียในช่องปากโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างปาก (น้ำยาบ้วนปาก) อย่าสั่งน้ำมูกหรือทำให้จมูกสะเทือนอย่างมากหลังจากการผ่าตัด และอย่าดำเนินการใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชิ้นส่วนที่ผ่าตัดอย่างรุนแรง”อยากหน้าเรียว

เลเซอร์หน้าใสทางลัดของผิวใสเร็ว

เลเซอร์หน้าใส เลเซอร์หน้าใส เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางความงามที่ช่วยฟื้นฟูผิวหนังที่แห้งกร้าน ใบหน้าหมองคล้ำให้กลับมาสดใสดูมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นทางลัดความงามที่กำลังได้รับความนิยมสูง ช่วยปรนนิบัติผิวให้ขาวกระจ่างใส จากการลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลเซอร์หน้าใส

หน้าหมองคล้ำควรโดนเลเซอร์ตัวไหนดี
สำหรับคนที่ต้องเจอปัญหาใบหน้าหมองคล้ำไม่ขาวใส   เลเซอร์หน้าใส   สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ รวมถึงปัญหาริ้วรอยจุดด่างดำ ทำให้ต้องหาทางฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาขาวกระจ่างใส ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการธรรมชาติ หรือวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการทำเลเซอร์ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูง ในแง่ของการเห็นผลลัพธ์ภายในระยะเวลาอันสั้น จึงกลายเป็นความต้องการของคนจำนวนมาก และสำหรับใบหน้าที่หมองคล้ำเลเซอร์ที่ช่วยได้นั้น ได้แก่

เลเซอร์หน้าใส
เลเซอร์หน้าใสทางลัดของผิวใสเร็ว
GLOSSY_CELEBMARCH 21, 2017360 VIEWS
BEAUTYHOW TO360 VIEWS 3
FacebookFacebook MessengerTwitterGoogle+Line
เลเซอร์หน้าใส เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางความงามที่ช่วยฟื้นฟูผิวหนังที่แห้งกร้าน ใบหน้าหมองคล้ำให้กลับมาสดใสดูมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นทางลัดความงามที่กำลังได้รับความนิยมสูง ช่วยปรนนิบัติผิวให้ขาวกระจ่างใส จากการลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลเซอร์หน้าใส

หน้าหมองคล้ำควรโดนเลเซอร์ตัวไหนดี
สำหรับคนที่ต้องเจอปัญหาใบหน้าหมองคล้ำไม่ขาวใส สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ รวมถึงปัญหาริ้วรอยจุดด่างดำ ทำให้ต้องหาทางฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาขาวกระจ่างใส ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการธรรมชาติ หรือวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการทำเลเซอร์ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูง ในแง่ของการเห็นผลลัพธ์ภายในระยะเวลาอันสั้น จึงกลายเป็นความต้องการของคนจำนวนมาก และสำหรับใบหน้าที่หมองคล้ำเลเซอร์ที่ช่วยได้นั้น ได้แก่

เลเซอร์ IPL

เลเซอร์ IPL
เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในแวดวงเลเซอร์ยอดนิยมที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี มีให้บริการในสถานความงามต่างๆ หลากหลายแห่ง อาศัยหลักการของแสงที่ช่วยในการบำบัดผิว รักษาริ้วรอยจุดด่างดำ และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ วิธีการทำเลเซอร์ IPL คือการนำเจลทาลงบนผิวแล้วใช้เลเซอร์ช่วยผลักเจลให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวโดยการหมุนวนให้ทั่วใบหน้า ระหว่างทำจะรู้สึกจี๊ดๆ เหมือนหนังยางดีด แต่ไม่ถึงกับเจ็บมากสามารถทนได้

ระหว่างการทำเลเซอร์ IPL จะรู้สึกเย็นตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ในการทำ หากได้รับบริการอย่างต่อเนื่องอีก 3-6 ครั้งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นที่น่าพอใจ โดยควรเว้นระยะห่างในการทำแต่ละครั้งอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ วิธีนี้ช่วยให้ใบหน้าขาวกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยจุดด่างดำดูจางลง บริเวณผิวที่เป็นหลุมสิวดูเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของการทำ IPL คือไม่ต้องพักฟื้น ผิดกับการใช้เลเซอร์ชนิดลอกผิวหน้าออก ทำให้ไม่ต้องหยุดงาน หรือสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ

เลเซอร์ Medlite C6
อีกหนึ่งชนิดของเลเซอร์หน้าใสที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าหมองคล้ำให้ขาวกระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแรงในอเมริกา ปัจจุบันสถานความงามในไทยบางแห่งนำเข้ามาให้บริการบ้างแล้วโดยเลเซอร์ตัวนี้จะช่วยเรื่องจุดด่างดำทุกชนิด ทั้งสิว ฝ้า กระ และรอยดำ ทั้งยังช่วยให้หน้าใสอย่างเป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่รอยแผลจากการผ่าตัดและอุบัติเหตุ เลเซอร์ตัวนี้ก็ช่วยได้เช่นกัน

หลักการทำงานของ Medlite C6 จะเป็นเทคโนโลยี Q-Switch Nd-YAG มีการยิงเลเซอร์ออกมาด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่มีความยาวคลื่น 532 นาโนเมตร ช่วยทำลายเม็ดสีผิวในชั้นผิวที่ตื้น เช่น กระตื้น ฝ้า เป็นต้น ให้แตกตัวออก ซึ่งจะทำการยิงเฉพาะส่วนของริ้วรอยโดยตรง หลังยิงเลเซอร์ชนิดนี้ไปแล้วจะมีตุ่มแดงปรากฏขึ้นกลายเป็นสะเก็ด และหลุดออกตามธรรมชาติ ให้ใบหน้าขาวกระจ่างใสดูสีผิวเรียนเนียนสม่ำเสมอ

เลเซอร์ชนิดต่อมาที่ได้จาก Medlite C6 จะมีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร สามารถทำงานได้ในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ช่วยรักษากระลึก รอยแผลเป็น และรอยสักได้ หลังทำผิวหนังบริเวณที่ทำจะแดง ไม่มีสะเก็ด หลังจากนั้นผิวจะขาวเนียนเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้เทคโนโลยี Q-Switch Nd-YAG ยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนและช่วยกระชับรูขุมขนได้อย่างเห็นผล เพื่อผิวเรียบเนียนที่มาพร้อมกับความขาวใสเลเซอร์หน้าใส

ทางเลือกในการลบรอยสัก

ลบรอยสัก ลบรอยสัก เป็นขั้นตอนสำหรับผู้สักลายที่ต้องการเอารอยสักที่ไม่ต้องการออก โดยเทคนิคหรือวิธีที่ใช้ในการลบรอยสักโดยทั่วไป ได้แก่ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ศัลยกรรมผ่าตัดลบรอยสัก (การเอาชั้นผิวหนังออก) และการศัลยกรรมขัดผิวหนัง (Dermabrasion)

ลบรอยสัก

ทำไมถึงต้องลบรอยสัก ?

การติดสินใจที่จะลบรอยสักอาจเกิดจากการที่ผู้สักลายรู้สึกไม่มีความสุขกับลายสักที่ได้มา หรืออาจเป็นเพราะลายสักจางลงและไม่ชัดเจนอย่างที่ต้องการ  ลบรอยสัก  หรืออาจเป็นเพราะลายสักไม่เหมาะกับบุคลิกของผู้สัก จึงอยากลบ หรือลบเพื่อเปลี่ยนลายสักใหม่ นอกจากนั้น การลบรอยสักอาจทำเพราะความจำเป็น เนื่องจากผู้สักลายมีปฏิกิริยาแพ้ต่อสีที่ใช้ในการสักลาย หรืออาจเป็นเพราะอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการลบรอยสัก

สีที่ใช้ในการสักจะอยู่ในชั้นผิวหนังที่ลึกแตกต่างกัน ทำให้ลบออกได้ยาก ดังนั้นจึงไม่ควรลบรอยสักด้วยวิธีที่ทำด้วยตัวเองที่บ้าน เช่น การใช้บุหรี่หรือใช้ไม้แขวนเสื้อจี้ไฟ ซึ่งจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นและเกิดการติดเชื้อได้ง่ายมาก รวมไปถึงการใช้ครีมลบรอยสัก และวิธีการอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วเป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพและทำให้เกิดความระคายเคืองผิวหรือทำปฏิกิริยาอื่น ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ หากมีความประสงค์ในการลบรอยสักจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสม

เตรียมตัวก่อนลบลอยสัก

หากตัดสินใจที่จะลบรอยสัก ควรเข้ารับการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้ความรู้ ความเข้าใจในการลบรอยสักแต่ละวิธี และจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด เช่น การลบด้วยเลเซอร์สามารถลบรอยสักที่ทำจากน้ำหมึกได้ดีกว่าการใช้วิธีอื่น ๆ นอกจากนั้น รอยสักที่มีขนาดเล็กจะเหมาะกับการใช้วิธีศัลยกรรมผ่าตัดลบรอยสัก และรอยสักที่มีขนาดใหญ่จะไม่เหมาะกับการใช้มีดผ่าตัด เป็นต้นลบรอยสัก

แผลเป็น เป็นแล้วหายหรือไม่ ป้องกันอย่างไร

รักษาแผลเป็น แผลสดหายไปแต่ไม่วายเหลือแผลเป็นทิ้งไว้ เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้หลายคนไม่น้อย แถมยังสร้างความไม่มั่นใจ ต้องคอยปกปิดอยู่ตลอดเวลา จะดีกว่าไหมหากรู้วิธีป้องกันหรือหากสายไปแล้วก็มีวิธีรักษาให้แผลเป็นนั้นจางลงได้

รักษาแผลเป็น

แผลเป็นมาจากไหน ?

แผลเป็นเกิดขึ้นจากกระบวนการหนึ่งของการรักษาแผลที่ร่างกายสร้างขึ้น รักษาแผลเป็น ไม่ว่าจะเป็นแผลจากอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก จะตามมาด้วยการผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าคอลลาเจนเพื่อช่วยสร้างเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายขึ้นใหม่ ทำให้บาดแผลหายเป็นปกติในที่สุด จนเมื่อเวลาผ่านไปสัก 3 เดือน คอลลาเจนใหม่ก็ยังถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเลือดก็มาเลี้ยงมากขึ้นจนแผลนูนเป็นก้อนแข็งและแดง หากคอลลาเจนเหล่านี้หยุดสร้าง และเลือดที่มาเลี้ยงลดลง แผลเป็นจะค่อย ๆ เรียบ นุ่มลง และจางไปในที่สุด

ข่าวร้ายก็คือเมื่อเกิดแผลเป็นแล้วจะไม่มีวันหายขาดได้ ทำได้เพียงรักษาให้จางลงเท่านั้น ปกติแผลเป็นอาจจางไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากพ้นช่วง 2 ปีแรกก็มีโอกาสน้อยที่จะจางลงอีก

ทั้งนี้การเกิดแผลเป็นในแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมจึงมีโอกาสเกิดแผลเป็นมากกว่า โดยบริเวณที่เสี่ยงเกิดแผลเป็นได้ง่ายคือหน้าอก หลัง ติ่งหู และไหล่ และหากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อ เช่น หัวเข่าและไหล่ ก็ยิ่งทำให้แผลเป็นขยายออกกว้างขึ้นได้ง่าย

ประเภทของแผลเป็น

แผลเป็นสามารถแบ่งเป็นประเภทตามลักษณะของแผลที่แตกต่างกันไป ดังนี้

แผลเป็นทั่วไป แผลเป็นที่อาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะพบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นจากกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติของร่างกาย แผลเป็นชนิดนี้แรกเริ่มมักปรากฏเป็นสีแดงหรือสีคล้ำ นูนขึ้นมาจากผิวหนัง หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ มีสีอ่อนและแบนลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 2 ปี แต่ใช่ว่าจะจางหายไปทั้งหมด ยังคงเหลือร่องรอยไม่น่าพึงพอใจทิ้งไว้เช่นเดียวกับแผลเป็นชนิดอื่น ๆ

แผลเป็นชนิดนี้มักไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด อาจมีอาการคันบ้าง แต่ก็เพียงช่วงเวลาไม่กี่เดือน และอาจมีลักษณะปรากฏเป็นสีค่อนข้างเข้มและไม่สวยงามเท่าไหร่นัก ลักษณะของแผลเป็นชนิดนี้ยังขึ้นอยู่กับความกว้างของแผลด้วย หากผิวหนังบริเวณขอบของแผลมาบรรจบกันเมื่อหายดี แผลเป็นนี้จะกลายเป็นเส้นบางและจางลง แต่หากแผลนั้นกว้างและผิวหนังบริเวณดังกล่าวหายไปมาก เนื้อเยื่อของแผลเป็นจะถูกสร้างขึ้นเพื่อมาเติมเต็มผิวหนังส่วนที่เสียหาย จึงทำให้แผลเป็นมีขนาดใหญ่และต้องใช้เวลานานกว่าจะจางลงรักษาแผลเป็น